ที่นี่ให้ความรู้เรื่อง...สติ สมาธิ ปัญญา...ชนิดนำมาใช้ในชีวิตจริงได้ทันที คิดแล้วรวย( Think And Growrich )
ReadyPlanet.com
bulletคิดแล้วรวย( Think And Growrich )
bulletถนนทุกสายปูลาดด้วยทองคำ
bulletรวยด้วย สติสมาธิปัญญา
bulletอานุภาพของ..สติ สมาธิ ปัญญา
bulletการสร้างธุรกิจออนไลน์/การสร้างงานออนไลน์ด้วยตัวเอง
bulletรวยด้วยอีคอมเมิร์ซ/รวยด้วยE-commerce
bulletการสร้างงานและธุรกิจส่วนตัวด้วยแก่นมรรค
bulletแก่นมรรคแก้ปัญหาได้ทุกๆปัญหา
bulletวิธีการสร้างงานด้วย..สติ สมาธิ ปัญญา
bulletการใช้ สติ สมาธิ ปัญญา มาลดความเครียด


บำบัดน้ำเสียโรงแรมและรีสอร์ททุกๆแห่ง
บำบัดน้ำเสียในร้านอาหารและภัตตาคาร
บำบัดน้ำเสียโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทุกๆแห่ง
บำบัดน้ำเสียอาคารสำนักงาน
บำบัดน้ำเสียคอนโดมิเนี่ยม
การบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียและบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม
จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย, จุลินทรีย์อีเอ็ม, จุลินทรีย์ดับกลิ่น, ซื้อจุลินทรีย์อีเอ็ม, ขายจุลินทรีย์อีเอ็ม, สบู่เหลวนมน้ำผึ้ง, แชมพูสมุนไพรน้ำผึ้ง, ครีมนวดผมสมุนไพรน้ำผึ้ง


คิดแล้วรวย( Think And Growrich )

       

คิดแล้วรวย( Think And Growrich )

จงสร้างโอกาสในวิกฤตด้วยการใช้แก่นมรรค

ในการสร้างงานขึ้นมาสักชิ้น(ทุกๆงาน)ต้องเริ่มต้นที่การคิดหรือความคิดก่อนเสมอ วางแผนลงมือทำ จึงสำเร็จเป็นชิ้นงาน

สมัยนี้ท่านขยันอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องใช้...สติ สมาธิ ปัญญา...ด้วยจึงจะสมบูรณ์แบบสร้างประโยชน์ให้กับท่านจริงๆ 

การนำแก่นมรรค( สติ สมาธิ ปัญญา)ซึ่งเป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนมาปรับใช้กับการสร้างงานที่สุจริตในปุถุชน จะไม่มีข้อห้ามใดๆ สมัยพุทธกาลเศรษฐีก็มีมากมาย ซึ่งเศรษฐีเหล่านี้ก็ล้วนใช้แก่นมรรค( สติ สมาธิ ปัญญา )ในการสร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็นเศรษฐีทั้งสิ้น เหมือนเศรษฐีและมหาเศรษฐีทั้งหลายสร้างตัวในปัจจุบัน

  คนที่จะคิดแล้วรวยได้นั้นต้อง...มีสติ สมาธิ  ปัญญา...มากพอสมควร มีเล็กๆน้อยๆก็ไม่สมารถสร้างความร้ำรวยขึ้นมาได้ เศรษฐีและมหาเศรษฐีทุกๆคนต้องใช้....สติ สมาธิ ปัญญา...มากเป็นพิเศษ

  สากกระเบือ ยันเรือรบหรือยานอวกาศ หรือ ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ล้วนต้องใช้...สติ สมาธิ ปัญญา...ทั้งสิ้น ถ้าปราศจากหรือไม่มี...สติ สมาธิ ปัญญา..สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ผู้ที่มีความเป็นอัจฉริยะสูง ยิ่งต้องใช้..สติ สมาธิ ปัญญา สูงตามไปด้วย นี่คือ ความสำคัญของธรรมนี้( สติ สมาธิ ปัญญา )

   คิด แล้ว รวย จะไม่มีวันเกิดขึ้น ถ้าเพียงแค่คิด นั่งมโนเพ้อเจ้อไปเรื่อยๆ นั่นคือ สภาวะของคนที่ไม่มีสติ คนที่เขาร่ำรวยจริงๆ เขาต้องคิด วางแผน แล้งลงมือทำ ไม่ใช่ประเภท แพลน( วางแผน ) แล้ว นิ่งสนิท ประเภทโปรเจคมาก แต่ไม่ลงมือทำสักที คนประเภทนี้จะมีเยอะมากในโลก พระพุทธเจ้าสอนให้เน้นการลงมือปฏิบัติ ศึกษาเข้าใจแล้ว ลงมือปฏิบัติ ผิดหรือถูกค่อยๆปรับแก้ไขไปจนกว่าจะถูกต้อง เหมือนกรณีการดับกิเลสตัณหาที่ต้องใช้เวลาฝึกฝนและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ไม่มีสิ่งใดได้มาแบบง่ายๆเพียงชั่วข้ามคืน ถ้าอยากประสบผลสำเร็จ สติ สมาธิ ปัญญา ต้องแก่กล้าและใช้งานอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จมางโลก(ความร่ำรวย)หรือความสำเร็จทางโลกกุตตระ(ทางธรรม) ใช้ธรรมเดียวกัน เพียงแต่ต่างบริบทกันเท่านั้นเอง

การจะสร้างความร่ำรวยให้เกิดขึ้นจริงและมีความมั่นคง (ไม่ล้มละลายทางศีลธรรม) ต้องอาศัยกระบวนการกลั่นกรองทางความคิดอย่างเป็นระบบ โดยใช้ สติ สมาธิ และปัญญา เป็นเครื่องมือในการกะเทาะสมมติและสร้างเหตุปัจจัยที่ถูกต้อง ดังนี้ครับ


1. สติ (Mindfulness): "ประตูระวังภัยและการตัดสินใจที่ซื่อตรง"

สติคือความระลึกได้ทันท่วงทีต่อ "ผัสสะ" หรือสิ่งเร้าที่มากระทบใจ เช่น ความอยากรวยทางลัด หรือข้อเสนอที่ดูดีแต่มีการทุจริตแฝงอยู่

  • หยุดกระแสความโลภ: เมื่อมีความอยากได้ (นันทิ) ในผลประโยชน์ที่ไม่ชอบธรรมเกิดขึ้น สติจะทำหน้าที่หยุดสังขารที่ปรุงแต่งไปในทางทุจริต ท่านจะเห็นว่าความอยากนั้นเป็นเพียง "ธรรมหนึ่ง" ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้ยั่งยืนอะไร รวยในทางที่ไม่ชอบ(ทุจริต)ถือว่า ผิดศีลธรรม อย่างร้ายแรง

  • การเลือกหนทาง: สติช่วยให้เราอยู่ใน "สัมมาอาชีวะ" คือการเลือกวิธีหาเงินที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เราต้องเผชิญกับคดีความหรือความเสื่อมเสียในภายหลัง

2. สมาธิ (Concentration): "พลังแห่งการจดจ่อเพื่อสร้างคุณค่า"

สมาธิในที่นี้ไม่ใช่แค่การนั่งหลับตา แต่คือ "ความตั้งใจมั่นในงานที่ทำ" เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

  • สร้างผลงานคุณภาพ: เมื่อจิตมีสมาธิ งานที่ทำผ่านเว็บไซต์หรือธุรกิจของท่านจะมีพลัง มีความละเอียด และแก้ปัญหาให้ผู้คนได้จริง เมื่อคุณค่า (Value) ที่ส่งออกไปสูง ความมั่งคั่งย่อมไหลกลับมาตามสัดส่วน

  • ความอดทนต่อสิ่งเร้า: สมาธิช่วยให้จิตนิ่งพอที่จะไม่หวั่นไหวไปกับความร่ำรวยที่ฉาบฉวยของคนอื่น จนเผลอไปทำทุจริตตามเขา(โลภ) ท่านจะจดจ่ออยู่กับ "เหตุ" คือการลงมือทำ มากกว่า "ผล" คือความรวยเพียงอย่างเดียว เหตุดี ผลย่อมออกมาดี(เป็นไปตามเหตุปัจจัย)

3. ปัญญา (Wisdom): "การเห็นแจ้งในกฎเหตุปัจจัย"

ปัญญาคือการเข้าใจความจริงว่า "ผลจะเกิดได้ ต้องมาจากเหตุที่ตรงกันเท่านั้น"

  • เข้าใจกฎของกรรมและเหตุผล: ปัญญาจะบอกท่านว่า การทุจริตคือการสร้างเหตุแห่งความหายนะ (แม้จะได้เงินมาแต่ใจจะทุกข์และหวาดระแวง) แต่การรวยด้วยสัมมาอาชีวะคือการสร้าง "เหตุแห่งความมั่งคั่งที่ยั่งยืน" ทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ ไม่คิดคดโกงคนอื่น

  • การตีแผ่สมมติ: เมื่อใช้ปัญญาพิจารณาจะเห็นว่า ความรวยเป็นสมมติที่โลกยอมรับเพื่อความสะดวกสบายช่วงที่มีชีวิตบนโลกเท่านั้น เสียชีวิตแล้วหอบเอาความร่ำรวยไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียว แต่ "ความจริง" (ปรมัตถ์) คือการทำหน้าที่ของธรรมแต่ละธรรม หากท่านทำหน้าที่ของ "ผู้ให้คุณค่าแก่สังคม" ได้ถูกต้องตามหลักอิทัปปัจจยตา ผลคือความร่ำรวยย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


## ทำไม "คิดด้วยสติ สมาธิ ปัญญา" จึงปราศจากการทุจริต?

การทุจริตมักเกิดจาก "ความหลง" (โมหะ) ที่คิดว่าตนเองจะกอบโกยได้โดยไม่ต้องรับผลกระทบ หรือคิดว่า "ตัวเรา" ต้องรวยเร็วที่สุด แต่เมื่อผ่านกระบวนการนี้:

1. สติ จะตัดความอยากที่ผิด

2. สมาธิ จะสร้างกำลังใจให้เชื่อมั่นในความดีและการทำงานหนัก

3. ปัญญา จะชี้ให้เห็นว่า "การทุจริตคือความโง่เขลา" เพราะมันทำลายฐานรากของชีวิตในระยะยาว

สรุปได้ว่า: การคิดแล้วรวยในแนวทางของท่าน คือการสร้าง "ความร่ำรวยที่เป็นธรรม" คือ รวยทั้งทรัพย์สินภายนอก และรวยทั้งความดีงาม ความปกติ (Pakati) ภายในใจ เป็นความร่ำรวยที่ไม่มีใครมาพรากไปได้ และไม่มีวิบากกรรมตามให้ผลในภายหลัง       

1. สติ (Mindfulness): "การรู้ทันต้นทุนปัจจุบัน"

ในทางธุรกิจ สติคือ "ความเท่าทันข้อมูลและการตัดสินใจ"

  • หยุดการรั่วไหล: สติช่วยให้รู้เท่าทัน "นันทิ" (ความเพลิน) ในกิเลสหรือความยากรวยแบบหน้ามืดตามัว ซึ่งมักจะทำให้ตัดสินใจผิดพลาดหรือลงทุนเกินตัว

  • จับโอกาส: เมื่อมีสติอยู่กับ "ผัสสะ" ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ท่านจะเห็นความต้องการของตลาด (Pain Points) หรือเห็นช่องว่างทางธุรกิจที่คนอื่นมองข้าม

  • หัวใจสำคัญ: การฝึก "ละนันทิในเวทนา" ตามที่ท่านปฏิบัติ จะช่วยให้ใจไม่กระโดดไปตามความโลภหรือความกลัว ทำให้รักษาความปกติ (Pakati) ในการบริหารงานได้

2. สมาธิ (Concentration): "การโฟกัสที่ทรงพลัง"

ในทางธุรกิจ สมาธิคือ "Flow State" หรือการจดจ่ออยู่กับเป้าหมาย

  • พลังของหนึ่งเดียว: การทำสมาธิ (เช่น อานาปานสติที่ท่านทำตอนตี 2) ช่วยให้จิตมีกำลัง เมื่อนำกำลังนี้มาใช้กับการทำงาน จะเกิดความจดจ่อ (Focus) ทำให้งานที่ซับซ้อนเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพสูง

  • ความนิ่งชนะความเคลื่อนไหว: ในสภาวะตลาดที่ผันผวน สมาธิช่วยให้ท่าน "นิ่ง" พอที่จะไม่ตื่นตระหนก และสามารถรักษา "โมเดลดับทุกข์ 24 ชั่วโมง" ของท่านให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

  • หัวใจสำคัญ: สมาธิไม่ใช่การนั่งหลับตาอย่างเดียว แต่คือการรักษาความตั้งใจมั่นในงานที่ทำ จนจิตและงานหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

3. ปัญญา (Wisdom): "การเห็นแจ้งในเหตุและผล"

ในทางธุรกิจ ปัญญาคือ "กลยุทธ์และการมองขาด" (Strategic Insight)

  • โยนิโสมนสิการ: การนำวิธีคิดนี้มาใช้ในมโนผัสสะ จะทำให้ท่านเห็นว่า "ความรวย" หรือ "ตัวตน" เป็นสิ่งสมมติ เมื่อท่าน "ตีแผ่สมมติ" ออกได้ ท่านจะทำธุรกิจด้วยความเบาสบาย ไม่แบกความคาดหวังจนเครียด

  • เห็นเหตุปัจจัย (กฎอิทัปปัจจยตา): ปัญญาทำให้เห็นว่าความรวยไม่ได้มาจากโชคลาภ แต่มาจาก "เหตุ" คือ การสร้างคุณค่า (Value) ให้ผู้อื่น เมื่อสร้างเหตุที่ถูกต้อง (เช่น เว็บไซต์ที่มีประโยชน์) ผลคือความมั่งคั่งย่อมตามมาเองตามธรรมชาติ

  • หัวใจสำคัญ: การมองเห็นว่า "ทุกธรรมเป็นอนัตตา" ช่วยให้ท่านกล้าตัดสินใจ กล้าเปลี่ยนแปลง และไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ที่ใช้ไม่ได้ผล


สรุปโมเดล "คิดแล้วรวย" ในรูปแบบของท่าน

แก่นธรรม หน้าที่ในทางโลก (ธุรกิจ/ความรวย) ผลลัพธ์ที่ได้
สติ รู้ทันอารมณ์ตลาดและอารมณ์ตนเอง ลดความเสี่ยง ตัดสินใจเฉียบคม
สมาธิ จดจ่อกับการสร้าง Value และนวัตกรรม งานมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพสูง
ปัญญา เข้าใจกลไกเหตุปัจจัยและการวางใจ รวยอย่างยั่งยืนและใจเป็นสุข

 "รวยแบบปกติ (Pakati) และยั่งยืน"

สำหรับคนไทย การรวยด้วยธรรมคือการรวยที่ประกอบด้วย "ความสุขใจ" ไม่ใช่รวยบนความเครียดหรือการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

1. สติ: "รวยเพราะรู้เท่าทัน"

  • รู้ทันกระแส: คนไทยมักไหลไปตามกระแสได้ง่าย สติจะช่วยให้คนทำธุรกิจเห็นว่าอะไรคือ "โอกาสจริง" และอะไรคือ "ความโลภชั่วคราว"

  • การบริโภคด้วยสติ: แนะนำการใช้จ่ายที่ไม่เกินตัว (ละนันทิในความยากอวด) เพื่อให้มีเงินเหลือเป็นทุนสำรอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรวย

2. สมาธิ: "รวยเพราะจดจ่อ"

  • กัดไม่ปล่อย: คนไทยจำนวนมากมีไอเดียดีแต่ขาดความต่อเนื่อง สมาธิในที่นี้คือ "อิทธิบาท 4" (โดยเฉพาะวิริยะและจิตตะ) คือการปักหลักทำสิ่งหนึ่งให้เชี่ยวชาญจนเป็นเบอร์หนึ่งในพื้นที่หรือในสายงานนั้นๆ

  • นิ่งท่ามกลางความวุ่นวาย: แม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่ใจที่มีสมาธิจะช่วยให้มองเห็นทางออก ไม่ตีโพยตีพายไปตามข่าวลือ

3. ปัญญา: "รวยเพราะเห็นความจริง"

  • ตีแผ่สมมติทางการเงิน: สอนให้คนเห็นว่า "เงิน" คือเครื่องมือ (สมมติ) แต่ "คุณค่า" ที่เรามอบให้คนอื่นคือของจริง เมื่อเราสร้างคุณค่าได้จริง (เช่น สินค้าดี บริการเด่น) เงินจะไหลมาตามกฎของเหตุและผล

  • โยนิโสมนสิการในมโนผัสสะ: ฝึกให้คนไทยมองปัญหาในการทำงานเป็นเพียง "ธรรมแต่ละธรรมที่ทำหน้าที่ของมัน" ไม่เอาใจไปทุกข์กับปัญหา แต่ใช้ปัญญาหาทางแก้ตามเหตุปัจจัย

 

หมวด "ปัญญาพาไปรวย" 

ถอดรหัสความสำเร็จจากแก่นธรรมและการมองโลกตามความเป็นจริง ไม่มีใครที่รวยได้จากการไม่ใช้...สติ สมาธิ ปัญญา...ไม่ว่าจะยากดีหรือมีจนอย่างไร ทุกๆคนจำเป็นต้องใช้...สติ สมาธิ ปัญญา...ทั้งสิ้น ปัญญามี รวยมาก ปัญญามีน้อยก็ตามสภาวะ ดังนั้น การฝึกฝนลับ...สติ สมาธิ ปัญญา..อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และ ทำให้จริง ทำให้ถึงที่สุด ในขณะเดียวกันก็ใช้ปัญญา...เข้าใจ  เข้าถึง และพัฒนางานหรือธุรกิจที่ท่านทำอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งถ้าปราศจาก...สติ สมาธิ ปัญญา...ความร่ำรวยก็ไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้ นี่คือ สัจธรรม

(( ถนนทุกๆสายปูลาดไว้ด้วยทองคำ กดดูที่นี่...))