ReadyPlanet.com
bulletจุลินทรีย์หอม
bulletจุลินทรีย์หอมคาซาม่า
bulletผู้ผลิตและจำหน่ายจุลินทรีย์หอมคาซาม่า
bulletจุลินทรีย์เติมบ่อเกรอะ/ดับกลิ่นเหม็นบ่อเกรอะ
bulletน้ำยาดับกลิ่นห้องน้ำโรงแรมและรีสอร์ท
bulletจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียคอนโดมิเนี่ยม
bulletจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียในโรงพยาบาล
bulletการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียในโรงงานลูกชิ้น
bulletการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียในโรงงานเชือดไก่
bulletจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียตลาดสด
bulletทำไมต้องใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียและดับกลิ่น?
bulletจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ราคา
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่น/จุลินทรีย์กำจัดกลิ่น
bulletจุลินทรีย์เติมบ่อบำบัดน้ำเสีย
bulletจุลินทรีย์หอมคาซาม่าใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง?
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่นน้ำเน่าเหม็นดับกลิ่นน้ำเน่าเสีย
bulletจำหน่ายอีเอ็มดับกลิ่นอีเอ็มกำจัดกลิ่น
bulletดับกลิ่นเหม็นในฟาร์มหมู/กำจัดกลิ่นเหม็นในฟาร์มหมู
bulletการใช้จุลินทรีย์หอม-kasama ดับกลิ่นห้องน้ำ


ใบเสนอราคาจุลินรีย์บำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นสำหรับกรุงเทพฯ
ใบเสนอราคาจุลินรีย์บำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นสำหรับต่างจังหวัด
บำบัดน้ำเสียโรงแรมและรีสอร์ททุกๆแห่ง
บำบัดน้ำเสียในร้านอาหารและภัตตาคาร
บำบัดน้ำเสียโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทุกๆแห่ง
บำบัดน้ำเสียอาคารสำนักงาน
บำบัดน้ำเสียคอนโดมิเนี่ยม
การบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียและบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม
จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย, จุลินทรีย์อีเอ็ม, จุลินทรีย์ดับกลิ่น, ซื้อจุลินทรีย์อีเอ็ม, ขายจุลินทรีย์อีเอ็ม, สบู่เหลวนมน้ำผึ้ง, แชมพูสมุนไพรน้ำผึ้ง, ครีมนวดผมสมุนไพรน้ำผึ้ง


จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย

ขอบคุณท่านที่กด  Share ด้านบนให้กับเว็บไซต์นี้

ผู้นำจุลินรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย เจ้าแรกของประเทศไทย  

            

การใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียอย่างถูกต้องและเหมาะสม 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่จะนำจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียไปใช้งาน ควรมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องที่จะนำไปใช้งานในแต่ละด้าน การใช้เป็นและใช้ถึง ใช้อย่างถูกต้องและตรงจุด จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ใช้งานจริง

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ( จุลินทรีย์ที่มีประโยชนชน์ในการย่อยสลายของเสีย ) คือสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการบำบัดน้ำเสียและในระบบบำบัดน้ำเสียทุกๆระบบ เป็นตัวจักรที่สำคัญและมีบทบาทมากที่สุดในกระบวนการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายจากทุกๆแหล่งและทุกๆระบบบำบัด

ที่นี่..จำหน่ายจุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย เป็นจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอมเจ้าแรกของประเทศไทย ใช้บำบัดน้ำเสียได้ทุกๆระบบบำบัด จะได้รับประโยชน์ทั้งการบำบัดน้ำเสียและการบำบัดกลิ่น(ดับกลิ่น)ในบ่อบำบัดน้ำเสียในเวลาเดียวกันทันที เสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มาของจุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า ( จุลินทรีย์หอม kasama )จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอม พัฒนาและต่อยอดมาจากจุลินทรีย์อีเอ็มเดิม ( em ) ซึ่งจุลินทรีย์อีเอ็มเดิมจะมีกลิ่นเปรี้ยว ในบางครั้งอาจมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวก็มี ซึ่งกลิ่นต่างๆในจุลินทรีย์อีเอ็มมาจากกระบวนการหมักเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ด้วยโมลาส จึงเกิดกลิ่นขึ้นในจุลินทรีย์อีเอ็มดังกล่าว ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่ชอบกลิ่นของจุลินทรีย์อีเอ็ม ดังนั้น เราจึงได้ทำการปรับปรุงกลิ่นของจุลินทรีย์อีเอ็มให้มีกลิ่นหอมแทนที่กลิ่นเหม็นเปรี้ยว ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า โดยเฉพาะการนำจุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสียไปใช้ในการบำบัดน้ำเสียและการดับกลิ่นได้ประโยชน์สองอย่างในเวลาเดียวกัน จึงเป็นที่มาของ " จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย " ในนามแบรนด์ " จุลินทรีย์หอมคาซาม่า " ซึ่งเป็นจุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นกำจัดกลิ่นที่ใช้แล้วมีกลิ่นหอมทันที โดยทั่วๆไปจุลินทรีย์จะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสชาติใดๆ ซึ่งรวมทั้งจุลินทรีย์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียด้วย สีและกลิ่นเกิดจากกระบวนหมักและพัฒนาต่อยอดให้มีคุณสมบัติเพิ่มประโยชน์ให้มากขึ้น โดยที่ไม่ทำให้คุณสมบัติที่มีอยู่เดิมๆหายไป ( บำบัดน้ำเสีย )

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสียและบำบัดกลิ่น(ดับกลิ่นกำจัดกลิ่น) ย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียชนิดไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยา ( Anaerobic  Bacteria) ทางเลือกใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียและเสริมประสิทธิภาพในการย่อยสลายของเสียในระบบบำบัดน้ำเสียทุกๆระบบ ไม่ต้องปรับแต่งหรือลงทุนสร้างระบบบำบัดใหม่ให้ยุ่งยากสิ้นเปลืองงบประมาณ สามารถใช้จุลินทรีย์หอมคาซาม่าเติมเข้าไปในระบบบำบัดน้ำเสียได้ทันที โดยไม่ต้องไปทำสิ่งใดเพิ่มเติมในระบบบำบัดน้ำเสีย ในการบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียของจุลินทรีย์หอมคาซาม่าจะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับการบำบัดน้ำเสียของจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน ( ตามปฏิกิริยาจำลองภาพล่าง ) การใช้กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายชนิดไม่ใช้ออกซิเจนนี้จะมีผลพลอยได้จากปฏิกิริยาการย่อยสลายเพิ่มขึ้นมาอีกชนิดหนึ่งคือ ก๊าซมีเทน ( CH4 ) ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้เป็นพลังงานต่อไปได้

       

จุลินทรีย์ ( Micro-organism ) คืออะไร ?

จุลินทรีย์หรือจุลชีพหรือแบคทีเรีย คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เป็นสัตว์เซลล์เดียว จุลินทรีย์ในโลกนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน และมีทั้งชนิดที่มีประโยชน์ ชนิดที่มีโทษ และชนิดที่เป็นกลาง แบ่งได้ดังต่อไปนี้ .-

1.  จุลินทรีย์กลุ่มที่ให้ประโยชน์หรือกลุ่มที่มีประโยชน์ในหลายๆด้าน มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนอยู่กระจัดกระจายทั่วๆไปในธรรมชาติดิน น้ำ อากาศ  จุลินทรีย์กลุ่มนี้มีรวมกัน ( ทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน ) ประมาณ  10% ของจุลินทรีย์ทั้งหมดบนโลกใบนี้

2.  จุลินทรีย์กลุ่มที่ให้โทษหรือกลุ่มที่มีโทษต่อพืชและสัตว์รวมถึงสิ่งแวดล้อมหรือจุลินทรีย์ก่อโรคก็เป็นจุลินทรีย์กลุ่มนี้ อาหารเป็นพิษ อาหารบูดเน่า น้ำเน่าเสีย กลิ่นเน่าเหม็น ส่วนใหญ่ก็มาจากผลงานของจุลินทรีย์กลุ่มที่มีโทษนี้ มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนอยู่กระจัดกระจายทั่วๆไปในธรรมชาติดิน น้ำ อากาศ  จุลินทรีย์กลุ่มนี้มีรวมกัน ( ทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน ) ประมาณ  10% ของจุลินทรีย์ทั้งหมดบนโลกใบนี้

3.  จุลินทรีย์กลุ่มที่เป็นกลาง ไม่มีประโยชน์และไม่มีโทษใดๆ สามารถเข้าร่วมงานกับกลุ่มใดก็ได้ในทั้ง 2 กลุ่มแรก มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนอยู่กระจัดกระจายทั่วๆไปในธรรมชาติดิน น้ำ อากาศ  จุลินทรีย์กลุ่มนี้มีรวมกัน ( ทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน ) ประมาณ  80% ของจุลินทรีย์ทั้งหมดบนโลกใบนี้ ถือว่าเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีมากที่สุดในโลก

          

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียคืออะไร ?

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย คือ จุลินทรีย์ที่อยู่ในกลุ่มที่มีประโยชน์ ( กลุ่มที่ 1 ข้างบน )และมีคุณสมบัติในการย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสีย ซึ่งมีทั้งชนิดที่ใช้ออกซิเจนและชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจน มีอยู่ในธรรมชาติดิน น้ำ และอากาศ กระจัดกระจายอยู่ทั่วๆไป มีคุณสมบัติในการย่อยสลายของเสียต่างๆบนโลกใบนี้ได้ดี รวมทั้งของเสียต่างๆที่เจือปนอยู่ในน้ำเสียจะถูกย่อยสลายแปรเปลี่ยนสภาพโดยจุลินทรีย์กลุ่มที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายนี้เป็นหลัก

 ทำไมต้องใช้จุลินทรีย์กลุ่มที่มีประโยชน์มาย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสีย ?

ดังที่กลาวมาแล้วข้างต้นว่า ในการบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดีนั้น ต้องพึ่งพาและอาศัยกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียเป็นหลัก บรรดาของเสียต่างๆทั้งหมดทั้งมวล ซึ่งรวมทั้งน้ำเสียด้วยที่ไม่ล้นโลกจนถึงทุกวันนี้ ก็มาจากผลงงานของจุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่มีประโยชน์นี้เอง น้ำเสียและของเสียสิ่งเจือปนในน้ำเสียก็ต้องใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายมาบำบัดเพื่อแปรเปลี่ยนสภาพของเสียต่างๆ ให้แปรเปลี่ยนสภาพกลายไปเป็น ==>>   น้ำ  +  พลังงาน  +  CO2  ตามสมการด้านล่างนี้

                  

ภาพบนเป็นปฏิกิริยาการบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสีย 2 กลุ่มด้วยกัน

1.  ภาพส่วนบน ( พื้นสีฟ้า ) จะเป็นปฏิกิริยาย่อยสลายโดยกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน จากปฏิกิริยาจะได้  ==>> น้ำ + พลังงาน + CO2

2.  ภาพส่วนล่าง ( พื้นสีเขียวอ่อน ) จะเป็นปฏิกิริยาการย่อยสลายโดยกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจน ( จุลินทรีย์หอมคาซาม่า ) จากปฏิกิริยาจะได้  ==>>  น้ำ  +  พลังงาน  +  CO2  +  CH4 ( ก๊าซมีเทน ) จะเห็นได้ว่าจะได้ก๊าซมีเทนเพิ่มขึ้นมาอีก สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ 

กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียทั้ง 2 กลุ่มนี้ ( กลุ่มที่ใช้ออกซิเจนและกลุ่มจุลินทรีย์หอมคาซาม่าไม่ใช้ออกซิเจน ) จะทำหน้าที่ในการย่อยสลายของเสียต่างๆ เพื่อแปรเปลี่ยนสถานะของเสียต่างๆในน้ำเสียเป็นไปตามสมการด้านบน

   จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย ( จุลินทรีย์หอมคาซาม่า )

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการด้านการบำบัดน้ำเสีย(ย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสีย)ชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยา เป็นจุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอม นำไปใช้บำบัดน้ำเสียได้ประโยชน์ทั้งการบำบัดน้ำเสียและการบำบัดกลิ่น(ดับกลิ่นกำจัดกลิ่น)ไม่พึงประสงค์ต่างๆในบ่อบำบัดน้ำเสียในเวลาเดียวกัน จุลินทรีย์หอมคาซาม่าเป็นกลุ่มจุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสียเจ้าแรกของประเทศที่จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียมีกลิ่นหอม กลุ่มจุลินทรีย์หอมคาซาม่า จุลินทรีย์ที่มีกลิ่นหอม เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และมีคุณสมบัติในด้านการย่อยสลายของเสียต่างๆและบำบัดน้ำเสีย รวมถึงการดับกลิ่นหรือกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลาย และเราได้พัฒนาให้มีกลิ่นหอม เพราะโยทั่วๆไป จุลินทรีย์จะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติใดๆ จุลินทรีย์หอมคาซาม่าทำหน้าที่ในการย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียได้เช่นเดียวกันกับกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลัก และยังมีคุณสมบัติเด่นๆที่จุลินทรีย์กลุ่มอื่นๆไม่มี นั่นก็คือ การดับกลิ่นหรือกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆที่เกิดจากสารอินทรีย์ทำให้เกิดการเน่าเหม็น โดยเฉพาะในน้ำที่เน่าเสียเป็นต้น

  การทำงาน ( ปฏิกิริยาย่อยสลาย ) ของจุลินทรีย์หอมคาซาม่า

จุลินทรีย์หอมคาซาม่าจะเข้าไปทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสีย สารอินทรีย์ที่เจือปนอยู่ในน้ำเสีย โดยไม่ใช้ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำเสียมาใช้ในปฏิกิริยา ทำให้ในน้ำเสียค่าออกซิเจนไม่ถูกแย่งไปจากกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน กรณีที่น้ำเสียนั้นวิกฤตมาก ( เกิดการเน่าเหม็น ) จุลินทรีย์หอมคาซาม่านอกจากบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียแล้ว ยังทำหน้าที่อีกประการหนึ่งก็คือ การบำบัดกลิ่นที่เน่าเหม็นของน้ำเสียนั้นๆหรือการกำจัดกลิ่นดับกลิ่นน้ำที่เน่าเสียนั่นเอง ซึ่งจุลินทรีย์กลุ่มอื่นๆจะไม่มีคุณสมบัติในข้อนี้ ในการใช้จุลินทรีย์หอมคาซาม่าบำบัดน้ำเสียจึงได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งในเวลาเดียวกันนั่นก็คือ การกำจัดกลิ่นหรือดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในน้ำเสีย จุลินทรีย์หอมคาซาม่าเกิดจากการรวมกลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในแต่ละด้านหลายสายพันธุ์นำมารวมไว้ในที่เดียวกัน ในที่นี้เรานำมาใช้ประโยชน์ในการย่อยสลายของเสีย ( บำบัดน้ำเสีย ) และการกำจัดกลิ่นหรือดับกลิ่น สามารถทำงานย่อยสลายของเสียต่างๆร่วมกับกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนได้เป็นอย่างดี จึงเป็นการเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียในระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ของเสียต่างๆในน้ำเสียถูกย่อยสลายได้มากขึ้นและเร็วขึ้น โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ ( AS ) ซึ่งมักจะมีปัญหาบ่อยๆและเป็นประจำ และยังเป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน ( มากกว่า 90% ) จุลินทรีย์หอมคาซาม่าจะมาเติมเต็มช่วยให้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศมีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติทั่วๆไปโดยไม่ต้องแก้ไขหรือสร้างระบบบำบัดใหม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณ มีปัญหาในการบำบัดน้ำเสียหรือมีปัญหาในเรื่องระบบบำบัดน้ำเสียคิดถึงจุลินทรีย์หอมคาซาม่า เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับท่าน

         

เราคือผู้ผลิตและจำหน่ายจุลินทรีย์หอมคาซาม่า จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย จุลินทรีย์หอมบำบัดกลิ่น(ดับกลิ่นกำจัดกลิ่น)ชนิดไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียรวมถึงการกำจัดกลิ่นเน่าเหม็น ซึ่งเหมาะกับน้ำเสียที่มีค่าออกซิเจนในน้ำเสียต่ำหรือแทบไม่มีออกซิเจนละลายอยู่ในน้ำเสียเลย ( ค่า DO น้อยมากหรือแทบไม่มี ) ซึ่งจะส่งผลให้น้ำเสียวิกฤตมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียมีน้อยหรือแทบไม่มีเลยในน้ำเสียนั้น กลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจนจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อในน้ำเสียนั้นมีออกซิเจนที่มากพอสำหรับใช้ในการสันดาปย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสีย จึงเป็นที่มาของการเติมอากาศออกซิเจนลงไปในน้ำเสียนั่นเอง ซึ่งการบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่ในประเทศไทยนิยมใช้วิธีการเติมอากาศ แต่ในบางกรณีหรือน้ำเสียในบางแห่ง ปริมาณน้ำเสียอาจจะมากกว่าปริมาณจุลินทรีย์ที่เข้าไปย่อยสลาย ซึ่งสังเกตได้จากค่าพารามิเตอร์ที่ยังคงไม่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน  ดังนั้น  จึงหาทางออกด้วยวิธีการเติมจุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจน ( จุลินทรีย์อีเอ็ม )เข้าไปในระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งกลุ่มจุลินทรีย์อีเอ็มนี้จะทำหน้าที่ได้คล้ายๆกันกับกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน และสามารถทำงานร่วมกันได้ทั้งสองกลุ่มในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียรวมไปถึงการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆในบ่อบำบัดน้ำเสีย จุลินทรีย์หอมคาซาม่าได้พัฒนาต่อมาจากกลุ่มจุลินทรีย์อีเอ็ม ( EM ) อีกขั้นหนึ่ง เพื่อตอบโจทย์จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียมีกลิ่นหอม ใช้บำบัดน้ำเสียจะมีกลิ่นหอมทันที

การบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย

กระบวนการบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียหรือการบำบัดน้ำเสียโดยจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นเรื่องปกติทั่วๆไปที่การบำบัดน้ำเสีย การย่อยสลายของเสียต่างๆบนโลกใบนี้ล้วนต้องพึ่งพาและอาศัยจุลินทรีย์ย่อยสลายทั้งสิ้น ถ้าปราศจากจุลินทรีย์ย่อยสลายแล้ว โลกใบนี้ของเสียและน้ำเสียต่างๆคงล้นโลกไปนานแล้ว การย่อยสลายของเสียต่างๆของจุลินทรีย์ย่อยสลายเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในสภาวะแวดล้อมและอุณหภูมิที่เหมาะสม อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าบรรดาของเสียทุกๆอย่างในโลกใบนี้ ซึ่งรวมถึงน้ำเสียด้วย ต้องอาศัยจุลินทรีย์ในการย่อยสลายและบำบัดทั้งสิ้น ยังไม่มีสิ่งใดมาทำหน้าที่หรือทดแทนจุลินทรีย์ในการย่อยสลายได้ในปัจจุบัน  กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ มีทั้งประเภทใช้ออกซิเจนเป็นหลักและไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งมีหลากหลายกลุ่มหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกันกระจัดกระจายอยู่ในธรรมชาติ ( ไม่ได้รวมกลุ่มกัน )ในการรวมกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียนี้จึงต้องออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียให้เหมาะสมเป็นที่ต้องการดำรงชีพของจุลินทรีย์กลุ่มนี้ ถ้าสิ่งแวดล้อมในระบบบำบัดน้ำเสียไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพของกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ระบบบำบัดน้ำเสียนั้นก็จะมีปัญหาวิกฤติน้ำเสียทันที น้ำเสียที่เกิดขึ้นไม่สามารถบำบัดได้สมบูรณ์เนื่องจากขาดจุลินทรีย์ย่อยสลายหรือมีปริมาณจุลินทรีย์น้อยกว่าปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะใช้วิธีใดในการเติมหรือเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์เข้าไปในระบบบำบัดน้ำเสียนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อให้น้ำเสียในบ่อบำบัดได้รับการบำบัดให้เป็นน้ำดีก่อนปล่อยทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมสาธารณะต่อไป

ในการบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดีนั้นต้องอาศัยกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียเป็นหลัก ระบบบำบัดน้ำเสียทุกๆระบบ ไม่ว่าจะลงทุนมากหรือลงทุนน้อยเพียงใด วัตถุประสงค์ของการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียขึ้นมาก็คือ ต้องการดึงกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียมาใช้งานในบ่อบำบัดเพื่อทำการย่อยสลายของเสียต่างๆนั่นเอง ของเสียต่างๆที่เจือปนอยู่ในน้ำเสียมีทั้งสารอินทรีย์และสารอินินทรีย์ และสารที่เป็นของเสียทั้งหมดในน้ำเสียนั้นๆก็จะถูกย่อยสลายโดยกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสีย ซึ่งกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียเหล่านี้มีหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งชนิดที่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่่อยสลายและชนิดไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลาย ซึ่งล้วนมีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียทั้งคู่ ถ้าปริมาณของจุลินทรีย์ย่อยสลายมีมากกว่าปริมาณของเสียและน้ำเสีย การย่อยสลายก็เกิดขึ้นได้สมบูรณ์ บรรดาของเสียและน้ำเสียก็จะถูกย่อยสลายกลายไปเป็น  CO2 + น้ำ + พลังงาน + อื่นๆ  นี้เป็นสมการจากปฏิกิริยาการย่อยสลายของจุลินทรีย์ในน้ำเสีย ซึ่งจะส่งผลให้ค่าพารามิเตอร์ต่างๆลดลง ทั้งค่า BOD , COD , TDS , SS และอื่นๆ ในขณะที่ค่า  DO เพิ่มขึ้น ( น้ำเสียค่า DO <  3 ppm.  ส่วนน้ำดีค่า DO 5-8 ppm. ) การเพิ่มปริมาณออกซิเจนลงในน้ำเสียตลอดเวลาเป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันจะส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้อออกซิเจนเป็นหลักในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียในระบบบำบัดน้ำเสียหรือบ่อบำบัดน้ำเสียนั้นๆ

     

การบำบัดน้ำเสียโดยใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)

อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า การบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียต่างๆต้องใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลาย ซึ่งกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียต่างๆยังจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มดังต่อไปนี้. -

1. กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายและการดำรงชีพเจริญเติบโต จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะเจริญเติบโตและขยายตัวได้ดีก็ต่อเมื่อมีออกซิเจนและอาหารเลี้ยงเชื้อเพียงพอ ถ้าสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสมก็อยู่ไม่ได้ อาจตายเกลี้ยงในเวลารวดเร็วได้ทุกเมื่อ เช่น มีออกซิเจนในน้ำเสียน้อยหรือแทบไม่มีเลย อาหารมีน้อย ค่า pH สูงหรือต่ำมากๆ ซึ่งเป็นสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมที่จะดำรงชีพอยู่ได้ของจุลินทรีย์กลุ่มนี้ เป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศลงในน้ำเสีย ( ระบบAS ) ซึ่งเป็นระบบส่วนใหญ่ของระบบบำบัดน้ำเสีย

2. กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสีย ( ใช้วิธีการแลกอิเล็คตรอนกับสารประกอบต่างๆ ) จุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มนี้ ออกซิเจนจะไม่มีความจำเป็นในการดำรงชีพและการเจริญเติบโตขยายตัว จะมีออกซิเจนหรือไม่มีก็ได้ทั้งนั้น ค่อนข้างมีความต้านทานต่อสภาวะแวดล้อมที่วิกฤตได้ดี แต่ข้อเสียคือการดึงมาใช้ในงานบำบัดน้ำเสียทำได้ค่อนข้างยากกว่ากลุ่มที่ใช้ออกซิเจน ดังนั้น จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าใดนัก แต่ปัจจุบันเริ่มนำจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจนกลุ่มนี้มาใช้งานทดแทนกลุ่มที่ใช้ออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ในห้องปฏิบัติการ และสามารถกับหนดความหนาแน่นและปริมาณตามความต้องการได้ง่ายกว่ากลุ่มที่ใช้ออกซิเจน

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า ( จุลินทรีย์หอม-Kasama ) ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หลากหลายกลุ่มดังต่อไปนี้

จุลินทรีย์หอมคาซาม่าเป็นการรวมกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโชน์และมีประสิทธิภาพมารวมอยู่ในที่เดียวกัน มีจุลินทรีย์รวมอยู่ 5 แฟมิลี่ 10 จีนัส 80 สปีชีส์ ดังต่อไปนี้

1. กลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (Photosynthetic bacteria)  
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (photosybthetic bacteria; PSB) เป็นจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียพบกระจายอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ  บทบาทของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีความสำคัญในกระบวนการน ำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ (CO2 - assimilation) และการตรึงไนไตรเจน (nitrogen fixation) นอกจากนี ยังมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารซึ่งสัตว์ขนาดเล็ก ปลา กุ้ง หอย และปู สามารถนำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาใช้เป็นอาหารได้ นอกจากนี้ ในน้ำเสียจากบ้านเรือนและน้ำเสียจากการทำปศุสัตว์สามารถบำบัดด้วยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
 

2. กลุ่มจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติก (Lactic acid bacteria) 

3. กลุ่มจุลินทรีย์ตรึงไนโตเจน (Nitrogen fixing bacteria)   
4. กลุ่มจุลินท
รีย์แอคทิโนมัยซีทส์ (Actenomycetes) 

 จุลินทรีย์กลุ่มนี้เป็นตัวทำการรีไซเคิลอินทรีย์วัตถุจากซากพืชซากสัตว์ ให้เป็นสารใหม่กลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมและเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในหลายด้าน
5. กลุ่มจุลินทรีย์ยีสต์ (Yeasts)
 

จุดเด่นๆของจุลินทรีย์หอมคาซาม่า ( จุลินทรีย์หอม-kasama  ) : จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย

- ผลิตจากหัวเชื้อจุลินทรีย์โดยตรง ไม่ใช่ผลิตจากการหมักพืชผักหรือมะกรูดมะนาว เปลือกส้ม ซึ่งไม่เหมาะกับการบำบัดน้ำเสีย 

- เป็นจุลินทรีย์ที่มีกลิ่นหอม เข้มข้นสูง แข็งแรง  ไม่เก่าเก็บ ย่อยสลายของเสียและน้ำเสียได้ทันที ไม่ต้องรอนานเหมือนจุลินทรีย์ผงหรือจุลินทรีย์ก้อน ( อีเอ็มบอล )

- มีความต้านทานต่อสภาพแวดล้อมที่วิกฤตได้ดี น้ำเสียจะมีออกซิเจนหรือไม่มีออกซิเจนเลยก็สามารถทำงานย่อยสลายได้ตามปกติ ค่า pH จะสูงหรือต่ำมากๆก็ไม่มีปัญหาสามารถทำงานย่อยสลายได้ตามปกติ

- ดับกลิ่นห้องน้ำเหม็นได้รวดเร็วทันใจ มีกลิ่นหอมทันที บำบัดน้ำเน่าเสียได้ดี

- เปลี่ยนกลิ่นเน่าเหม็นให้เป็นกลิ่นหอมได้รวดเร็วและทันใจ

- ใช้ประโยชน์ทั้งการย่อยสลายของเสีย ( บำบัดน้ำเสีย ) และดับกลิ่นเน่าเหม็นจากการเน่าเสียของสารอินทรีย์ 

 - ใช้งานได้หลากหลายกรณี ทั้งการบำบัดน้ำเสีย เติมบ่อเกรอะ ดับกลิ่นห้องน้ำเหม็น ดับกลิ่นบ่อบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็น ดับกลิ่นบ่อเกรอะส่งกลิ่นเหม็น ดับกลิ่นท่อน้ำทิ้งหรือท่อระบายน้ำส่งกลิ่นเหม็น ดับกลิ่นส้วมเหม็น ฯลฯ

การนำจุลินทรีย์หอมคาซาม่า ( จุลินทรีย์หอม-kasama ) ไปใช้งานบำบัดน้ำเสีย

การบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์หอมคาซาม่า

เนื่องจากจุลินทรีย์ของเราเป็นจุลินทรีย์หอม ใช้แล้วมีกลิ่นหอมทันที ใช้กับระบบบำบัดน้ำเสียได้ทุกๆระบบในประเทศไทย ในการนำจุลินทรีย์หอมคาซาม่าไปบำบัดน้ำเสียนั้นต้องดูปริมาณน้ำเสียว่ามีปริมาณกี่คิวหรือกี่ ลบม. และจะใช้ในจุดใดบ้างจึงจะเหมาะสม แต่โดยทั่วๆไปของระบบบำบัดน้ำเสียจะใช้จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสียในจุดที่ 1 หรือบ่อที่ 1 นั่นเอง ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำเสียเป็นจุดแรกหรือบ่อแรก ถ้าน้ำเสียนั้นมีตะกอนจำนวนมากก็ควรใช้ฟิลเตอร์กรองหรือดักตะกอนไม่ให้ลงในบ่อน้ำเสีย เพื่อลดค่า SS ไปในตัว ถ้าระบบบำบัดน้ำเสียเป็นแบบเติมอากาศ จะมีบ่อรองรับน้ำเสียอย่างน้อย 3 บ่อด้วยกัน ให้เติมจุลินทรีย์หอมคาซาม่าในบ่อแรก  บ่อที่ 2 เป็นบ่อเติมอากาศ ส่วนบ่อที่ 3 เป็นบ่อพักน้ำดีก่อนปล่อยทิ้งออกสู่สาธารณะสิ่งแวดล้อม  อัตราส่วนการใช้จุลินทรีย์หอมคาซาม่า  1-2 ลิตร ต่อ 1 คิวน้ำเสีย หรือเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นได้ตามความเหมาะสม กรณีที่น้ำเสียวิกฤตมาก โดยการเติมจุลินทรีย์หอมคาซาม่า ( จุลินทรีย์หอม-kasama ) ลงในบ่อบำบัดเสียบ่อแรก อัตราส่วนจุลินทรีย์ : น้ำเสีย  1-2 ลิตร ต่อ น้ำเสีย 1 คิวหรือ 1 ลบม. (กรณีที่ไม่วิกฤตมาก ) แต่ถ้ากรณีที่น้ำเสียวิกฤตมากๆ ควรเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์มากขึ้นตามปัญหา  ควรหมั่นเติมจุลินทรีย์เรื่อยๆ เพื่อให้ระบบการย่อยสลายมีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียอย่างน้อยเดือนละครั้ง ถ้าเป็นไปได้สัปดาห์ละครั้งยิ่งเป็นการดีต่อระบบ ซึ่งจะส่งผลทำให้จุลินทรีย์ในระบบไม่ลดน้อยลง เพราะโดยทั่วไปจุลินทรีย์ในระบบบางส่วนจะสลายไปตามธรรมชาติ ในขณะที่ของเสียเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จุลินทรีย์มีปริมาณน้อยอาจย่อยสลายไม่ทัน จึงส่งผลให้ระบบมีปัญหา เกิดน้ำเสียมากขึ้น ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องพึ่งจุลินทรีย์ด้วยการเติมจุลินทรีย์เข้าไปในระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลายของเสียดังกล่าว

บำบัดน้ำเสียอย่างไรให้ได้ผลดี ? 

วัตถุประสงค์ของการบำบัดน้ำเสีย เพื่อเปลี่ยนน้ำเสียให้เป็นน้ำดีก่อนปล่อยทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อม เพราะถ้าปล่อยน้ำเสียทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมสาธารณะก็จะสร้างมลภาวะทั้งกลิ่นเน่าเหม็นของน้ำเสียและปัญหาอีกหลายอย่างที่ติดตามมาในภายหลัง ดังนั้น ถ้ามีน้ำเสียต้องทำการบำบัดก่อนปล่อยทิ้ง ในการบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียต่างๆเป็นหน้าที่โดยตรงของจุลินทรีย์ย่อยสลาย ทุกๆระบบบำบัดน้ำเสียต้องพึ่งพาอาศัยจุลินทรีย์ทั้งนั้นในการบำบัด ไม่มีเว้นแม้กระทั่งเคมีบำบัด ขั้นตอนสุดท้ายก็ต้องพึ่งจุลินทรีย์อยู่ดี ในการบำบัดน้ำเสียให้ได้ผลดีนั้นต้องทำให้ถึง ทั้งการเติมจุลินทรีย์ให้กับระบบบำบัดต้องไม่น้อยหรือต้องมากกว่าปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจริงจึงจะได้ผลดีระบบจึงจะมีประสิทธิภาพ และต้องมีความต่อเนื่อง ( เติมจุลินทรีย์อย่างต่อเนื่องเมื่อปริมาณจุลินทรีย์ลดลง ) จะมีจุลินทรีย์บางส่วนที่จะสลายไปตามธรรมชาติ การเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์อยู่เรื่อยๆเป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ถ้าต้องการให้ระบบบำบัดน้ำเสียสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียให้ได้ดี ถ้าเป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศก็ให้เติมอากาศอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งจะเป็นการเสริมประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียระหว่างกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจนกับกลุ่มจุลินทรีย์ที่ไม่ใช้ออกซิเจน ( จุลินทรีย์อีเอ็ม หรือ em )

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า เป็นจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอมชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียในน้ำเสีย(บำบัดน้ำเสีย) มีความหนาแน่นของปริมาณจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียสูง มีความแข็งแกร่ง ไม่เก่าเก็บ มีอาหารเลี้ยงเชื้ออยู่ตลอดเวลา เชื้อจุลินทรีย์มีการขายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีอายุการใช้งานของจุลินทรีย์ไม่ต่ำกว่า 1 ปีขึ้นไป ( กรณีที่บรรจุอย่างมิดชิดอยู่ในแกลลอนที่จำหน่าย ) ใช้งานบำบัดน้ำเสีย ย่อยสลายของเสียและดับกลิ่นบำบัดกลิ่นได้ทันที ปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นทันที ไม่ต้องไปขยายต่อให้ยุ่งยากหรือผสมน้ำให้ลำบาก เป็นจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา ไม่ต้องไปหาสิ่งใดมาเลี้ยงเชื้อให้ยุ่งยาก เพราะจุลินทรีย์หอมคาซาม่าของเรา เชื้อจะมีการขยายตัวอยู่ตลอดเวลา 

  การนำจุลินทรีย์หอมคาซาม่าไปใช้ในการบำบัดน้ำเสีย

  จุลินทรีย์หอมคาซาม่าใช้งานบำบัดน้ำเสียได้ทั้งในสภาวะที่น้ำเสียนั้นๆไม่มีออกซิเจน และน้ำเสียที่มีออกซิเจนละลายอยู่ ปฏิกิริยาการบำบัดน้ำเสีย(ย่อยสลายของเสียในน้ำเสีย) จะเกิดขึ้นตามสมการจำลองด้านล่าง

      

ภาพบนเป็นปฏิกิริยาการย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)ของจุลินทรีย์หอมคาซาม่า ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มาจะเหมือนกันกับการบำบัดน้ำเสียด้วยกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลัก ( Aerobic  Bacteria ) ซึ่งระบบบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่จะใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย(ย่อยสลายของเสียในน้ำเสีย)ชนิดที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลัก เหตุเพราะสามารถดึงมาใช้ได้ง่ายกว่ากลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจน ( Anaerobic  Bacteria   ) แต่ก็มีจุดอ่อนอยู่หลายจุด ถ้าออกแบบระบบสิ่งแวดล้อมได้ไม่ดีพอ หรือกรณีเกิดวิกฤตขึ้นในระบบบำบัด กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนจะมีปัญหา จุลินทรีย์หอมคาซาม่าจะทำงาน(ปฏิกิริยาย่อยสลาย) ได้ในทุกๆที่และทุกๆระบบบำบัด มีความทนทานและต้านทานกับสภาวะแวดล้อมที่วิกฤตได้ ซึ่งจะแตกต่างจากกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักที่ไม่สามารถทนกับสภาวะแวดล้อมที่วิกฤตได้ นี่คือจุดเด่นๆของจุลินทรีย์หอมคาซาม่าของเราที่ไปแก้ปัญหาปิดจุดอ่อนของการบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียที่มีปัญหาล้มเหลวบ่อยๆ

จุลินทรีย์หอมคาซาม่าแก้ปัญหาการบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียในจุดใด ?

 ระบบบำบัดน้ำเสียที่มีปัญหาดังต่อไปนี้

- ปริมาณจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสีย(จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย) มีปริมาณน้อย(เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำเสียที่มีปริมาณมากกว่า) ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆติดตามมา ทั้งค่ามาตรฐานน้ำทิ้งแต่ละค่าไม่ผ่านเกณฑ์กำหนด กลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งหลายติดตามมา สาเหตุเพราะปฏิกิริยาการย่อยสลายเกิดขึ้นน้อย อันเนื่องมาจากมีปริมาณจุลินทรีย์ย่อยสลายในระบบมีน้อย ต้องเติมหรือเพิ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายไปทดแทนเข้าไปในระบบ

- เครื่องเติมอากาศมีปัญหา ( Aerator ) เช่น เครื่องเสียบ่อยๆ หรือ กำลังการเติมอากาศไม่เพียงพอ ( กำลังแรงม้าหรือกำลังวัตต์ต่ำเกินไป ) น้ำเสียมีปริมาณมากและบ่อบำบัดมีขนาดใหญ่ แต่ใช้เครื่องเติมอากาศกำลังแรงม้าต่ำ ซึ่งไม่สมดุลกัน จะผลิตออกซิเจนป้อนน้ำเสียและป้อนให้กับกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักทำได้น้อยลง หรือกรณีที่การเติมออกซิเจนได้ไม่ทั่วถึงทั้งบ่อบำบัดก็มีปัญหาเช่นกัน จุดที่วางเครื่องเติมอากาศ บ่อบำบัดไม่ควรลึกเกิน 3 เมตรเป็นต้น

- ปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำเสียมีปริมาณน้อย ( ค่า DO ต่ำ ) โดยทั่วๆไปในน้ำเสียค่า DO ไม่ควรต่ำกว่า 2 mg/l ถ้าค่าDO ต่ำกว่านี้จะมีผลกระทบต่อกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนทันที ยิ่งค่า DO เป็น ศูนย์ กลุ่มจุลินทรีย์ย่อสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักอาจตายยกบ่อได้ตลอดเวลา การเติมอากาศจึงเป็นตัวแปรที่สำคัญต่อการดำรงชีพและการทำหน้าที่ย่อยสลายของเสียของกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน เติมออกซิเจนได้มากเพียงพอหรือไม่ เติมได้ทั่วถึงทั้งบ่อหรือไม่ นี่คือปัญหาที่พบบ่อยๆของระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ ( ระบบ AS : Activated  Sludge ) ซึ่งเป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่นิยมมากที่สุด ( มากกว่า 90% เป็นระบบบำบัดแบบเติมอากาศ AS ) เหตุผลที่ต้องมีการเติมอากาศออกซิเจนลงในน้ำเสียก็คือ ต้องการให้น้ำเสียนั้นมีออกซิเจนเพียงพอ และให้จุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนนำไปใช้ในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียและการดำรงชีพของจุลินทรีย์เอง

- สิ่งแวดล้อมในบ่อบำบัดมีปัญหา เช่น น้ำเสียนั้นๆมีค่า pH ต่ำมาก หรือมีค่า pH สูงมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักทันที วิกฤตเช่นนี้อาจทำให้กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนตายยกบ่อได้ทุกเมื่อ ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจเช็คค่า pH อยู่เป็นประจำ กรณีที่จุลินทรีย์ย่อยสลายมีปัญหาตายยกบ่อหรือมีปริมาณน้อย สามารถสังเกตทางกายภาพได้ด้วยวิธีสังเกตในเรื่องกลิ่นของน้ำเสีย ถ้ามีกลิ่นเหม็นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า จุลินทรีย์อาจตายยกบ่อบำบัดหรือมีปริมาณน้อยมาก จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น ตัวแปรที่สำคัญมากที่สุดในการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายก็คือ จุลินทรีย์ย่อยสลายของเสีย(จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย) ทุกๆระบบบำบัดจะขาดซื่งจุลินทรีย์ย่อยสลายไม่ได้โดยเด็ดขาด คุณภาพน้ำทิ้งจะผ่านหรือไม่ผ่าน คุณภาพน้ำทิ้งจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ตัวแปร(จุลินทรีย์ย่อยสลาย)ตัวนี้เป็นหลัก

- สารเคมีบางชนิดอาจทำอันตรายต่อจุลินทรีย์ได้ตลอดเวลา ดังนั้น จึงไม่ควรทิ้งสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อจุลินทรีย์ย่อยสลายลงในระบบบำบัดอย่างเด็ดขาด เพราะจุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก หรือในกรณีที่มีการใช้สารที่เป็นกรดอ่อนๆ หรือสารที่เป็นด่างแก่ จะส่งผลกระทบต่อระบบบำบัดน้ำเสียได้ น้ำเสียส่วนใหญ่จะมีความเป็นกรด ( จากสารอินทรีย์ ) ยกเว้นน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตสารเคมีหรือใช้สารเคมี

ที่กล่าวมาทั้งหมดจะเป็นปัญหาบางส่วนที่เกิดขึ้นในระบบบำบัดน้ำเสียเท่านั้น ยังมีปัญหาอีกหลายอย่างที่ไม่ได้นำมากล่าวไว้ในที่นี้ โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเทคนิคของระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการบำบัดน้ำเสียและประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียโดยตรง  ระบบบำบัดน้ำเสียใดมีประสิทธิภาพดีหรือมีประสิทธิภาพด้อยในการบำบัดน้ำเสีย สามารถดูผลลัพธ์ได้จากค่ามาตรฐานน้ำทิ้งผ่านเกณฑ์ทุกๆค่าหรือไม่ นี้คือตัวตัดสินของการบำบัดน้ำเสีย ( ค่ามาตรฐานน้ำทิ้ง )

 

 จุลินทรีย์หอมคาซาม่าจะมาแก้ปัญหาปิดจุดอ่อนที่กล่าวมาเหล่านี้ ซึ่งจะช่วยทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังช่วยเสริมจุดอ่อนของการบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียที่มีปัญหาตามที่กล่าวมาข้างบน กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักสามารถดึงมาใช้งานบำบัดน้ำเสียได้ง่ายก็จริง แต่ควบคุมได้ค่อนข้างยาก ต้องมีปัจจัยหลายๆอย่างประกอบและเกื้อหนุนเพื่อรักษาจุลินทรีย์กลุ่มนี้ให้มีมากพอและอยู่ในระบบบำบัดตามที่ต้องการ แต่จุลินทรีย์หอมคาซาม่าไม่มีความยุ่งยาก ไม่ต้องควบคุมใดๆ สามารถเติมมากหรือน้อยได้ตามความเหมาะสมและความต้องการของผู้ใช้

                         

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า : จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียในบ่อเกรอะ บำบัดน้ำเสียและบำบัดกลิ่น(ดับกลิ่น)ในบ่อเกรอะ

มีปัญหาบ่อเกรอะส่งกลิ่นเหม็น? บ่อเกรอะเต็มง่าย? บ่อเกรอะไม่เคยเติมจุลินทรีย์ลงในระบบเลย? ใช้จุลินทรีย์หอมคาซาม่า ได้ประโยชน์ทั้งการบำบัดน้ำเสียในบ่อเกรอะ กำจัดกลิ่นเหม็นในบ่อเกรอะ และช่วยย่อยสลายของเสียต่างๆในบ่อเกรอะ ลดของเสียในบ่อเกรอะ ( ช่วยลดการเต็มง่ายของบ่อเกรอะ ) 

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า เป็นจุลินทรีย์สำหรับบำบัดน้ำเสียในบ่อเกรอะ บำบัดกลิ่น(ดับกลิ่น)บ่อเกรอะ เป็นจุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย จุลินทรีย์หอมดับกลิ่นบำบัดกลิ่นชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาบำบัด ในบ่อเกรอะเป็นจุดที่อับอากาศ ออกซิเจนมีน้อยหรือแทบไม่มีเลย จะมีจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)ชนิดที่ใช้ออกซิเจนอยู่ในปริมาณที่น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ไม่เพียงพอกับปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจริง ค่าออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำเสียในบ่อเกรอะมีน้อยหรือแทบจะไม่มีเลย ( ค่า DO ต่ำ ) ดังนั้น ของเสียต่างๆและสิ่งปฏิกูลทั้งหมดที่ลงไปในบ่อเกรอะจึงเกิดการเน่าส่งกลิ่นเหม็นขึ้น เหตุเพราะจุลินทรีย์ย่อยสลายในบ่อเกรอะมีน้อยและย่อยสลายของเสียต่างๆไม่ทันกับปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจริง การแก้ปัญหานี้จึงต้องมีการเติมหรือเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ลงไปในระบบ ( ลงในบ่อเกรอะ ) เพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียต่างๆในบ่อเกรอะให้ทันกับของเสียต่างๆที่เกิดขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสลายให้ดีขึ้นสมบูรณ์มากขึ้น ถ้าการย่อยสลายของเสียต่างๆในบ่อเกรอะสมบูรณ์ บ่อเกรอะก็จะไม่เต็มง่ายและไม่ส่งกลิ่นเหม็น ตามปกติต้องหมั่นเติมจุลินทรีย์ลงในบ่อเกรอะเรื่อยๆ เพื่อการย่อยสลายของเสียต่างๆไม่ขาดตอนและต่อเนื่อง เพราะจะมีจุลินทรีย์บางส่วนที่สลายไปตามธรรมชาติ ดังนั้น จึงต้องมีการเติมจุลินทรีย์ลงในระบบเรื่อยๆ เป็นระยะๆ แปรผันตรงตามปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น

ทำไมต้องเติมจุลินทรีย์ลงในบ่อเกรอะอย่างต่อเนื่อง

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า ในบ่อเกรอะจะมีของเสียจำนวนมาก เป็นจุดศูนย์รวมของเสียและสิ่งปฏิกูลที่ไปจากชักโครกหรือโถส้วมทั้งหมดจะลงไปรวมกันที่บ่อเกรอะ ของเสียต่างๆทั้งหมดในบ่อเกรอะโดยทั่วๆไปจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ย่อยสลายที่มีอยู่ในธรรมชาติ ( ในบ่อเกรอะ ) แต่ปริมาณจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติในบ่อเกรอะมีปริมาณน้อยกว่าของเสียที่เกิดขึ้นจริง ( จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในบ่อเกรอะเป็นจุลินทรีย์กลุ่มที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสีย ) ดังนั้น จุลินทรีย์ที่มีอยู่จึงย่อยสลายของเสียที่เกิดขึ้นไม่ทัน เพราะปริมาณจุลินทรีย์ในบ่อเกรอะมีน้อยมาก จึงทำให้เกิดปัญหาทั้งกลิ่นเหม็นและบ่อเกรอะเต็มง่าย ( ของเสียล้น )  วิธีการแก้ไขหรือแก้ปัญหานี้จึงต้องอาศัยจุลินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นเพื่อให้ได้ปริมาณจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียที่มากขึ้นตามที่ต้องการ เพื่อให้การย่อยสลายของเสียต่างๆในบ่อเกรอะมีประสิทธิภาพและสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บ่อเกรอะไม่เต็มง่ายและลดกลิ่นเหม็นต่างๆในบ่อเกรอะ ซึ่งเป็นการเลียนแบบธรรมชาติบำบัด การเพิ่มปริมาณของจุลินทรีย์ย่อยสลายลงในบ่อเกรอะจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพการย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียในบ่อเกรอะได้ดีมากขึ้น บ่อเกรอะจะเต็มช้าลง  โดยทั่วๆไปจะต้องสูบบ่อเกรอะ 6 เดือนครั้ง หรือปีละ 2  ครั้งนั่นเอง ( กรณีที่มีของเสียมากหรือใช้ห้องน้ำค่อนข้างหนักจำนวนผู้ใช้ห้องน้ำมาก ) เพื่อนำกากตะกอน ตะกรันออกไปกำจัดทิ้ง บ่อเกรอะเป็นจุดที่อับอากาศออกซิเจน กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียที่ใช้ออกซิเจนเป็นจึงไม่ค่อยเจริญเติบโตเท่าที่ควร เพราะมีอากาศเบาบาง จุลินทรีย์กลุ่มที่ใช้ออกซิเจนขาดออกซิเจนในการดำรงชีพไม่ได้ ในการแก้ไขปัญหานี้จึงมีการนำเอากลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจนมาทำหน้าที่ย่อยสลายทดแทน

      

ภาพบนเป็นการเดินทางของกลิ่นจากบ่อเกรอะลอยขึ้นสู่ที่สูงตามทางเดิน ( ท่อต่อเชื่อมจุดต่างๆ )

ที่นี่..จำหน่ายจุลินทรีย์หอมคาซาม่า จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติที่เราสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย) บำบัดน้ำเน่าเสีย เราเป็นผู้ผลิตจุลินทรีย์หอมคาซาม่าโดยตรง ไม่ใช่ตัวแทนจำหน่ายแต่ประการใด เราให้คำแนะนำและคำปรึกษากับลูกค้าทุกๆท่านในการนำไปประยุกต์ใช้งานในแต่ด้าน ทั้งงานบำบัดน้ำเสีย งานดับกลิ่นน้ำเน่าเหม็นในบ่อบำบัดน้ำเสีย ดับกลิ่นเน่าเหม็นในบ่อเกรอะ การดับกลิ่นห้องน้ำเหม็น ดับกลิ่นโรงงานยางพาราส่งกลิ่นเหม็น บำบัดน้ำเสียในโรงงานทั่วๆไป บำบัดน้ำเสียตามอาคารสถานที่ต่างๆได้ทุกๆระบบบำบัดน้ำเสีย ใช้จุลินทรีย์หอมคาซาม่าเพียงอย่างเดียวได้ประโยชน์อย่างน้อยที่สุด 2 ประการ คือ  

1. การบำบัดน้ำเสีย(ย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสีย)  

2. การบำบัดกลิ่น(ดับกลิ่น)ไม่พึงประสงค์ทุกๆชนิดทุกๆประเภทที่เกิดจากสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นธรรมชาติบำบัด 100%

ค้นหา จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสียในเว็บไซต์ของ Google.co.th  ใช้คำต่อไปนี้.-

1. จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย

2. จุลินทรีย์หอมคาซาม่า

3. จุลินทรีย์หอม

จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย ราคา

ราคาจำหน่ายจุลินทรีย์หอมคาซาม่า  แกลลอนละ  1,200 บาท

ขนาดบรรจุ แกลลอน  20  ลิตร

จัดส่งฟรีๆทั่วประเทศ โปรดระวังของลอกเลียนแบบและแอบอ้าง เราไม่ได้อนุญาตให้กับใครมาลอกเลียนทั้งเนื้อหาสาระต่างๆในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ มีโทษตามกฎหมายอาญาและแพ่งทั้งจำและปรับ 

        

 มีปัญหาการบำบัดน้ำเสียในบ่อเกรอะ บ่อเกรอะส่งกลิ่นเหม็นรบกวนใจ ส่งกลิ่นเหม็นเข้าไปในห้องน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นเข้าไปในห้องนอน หรือส่งกลิ่นเหม็นเข้าไปในที่ทำงาน ใช้จุลินทรีย์หอมคาซาม่า ได้ประโยชน์ทั้งการบำบัดกลิ่นดับกลิ่นหรือกำจัดกลิ่น และการบำบัดน้ำเสียย่อยสลายของเสียต่างๆในบ่อเกรอะในเวลาเดียวกันทันที