ReadyPlanet.com
bulletจุลินทรีย์หอม
bulletจุลินทรีย์หอมคาซาม่า
bulletผู้ผลิตและจำหน่ายจุลินทรีย์หอมคาซาม่า
bulletจุลินทรีย์เติมบ่อเกรอะ/ดับกลิ่นเหม็นบ่อเกรอะ
bulletน้ำยาดับกลิ่นห้องน้ำโรงแรมและรีสอร์ท
bulletจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียคอนโดมิเนี่ยม
bulletจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียในโรงพยาบาล
bulletการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียในโรงงานลูกชิ้น
bulletการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียในโรงงานเชือดไก่
bulletจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียตลาดสด
bulletทำไมต้องใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียและดับกลิ่น?
bulletจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ราคา
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่น/จุลินทรีย์กำจัดกลิ่น
bulletจุลินทรีย์เติมบ่อบำบัดน้ำเสีย
bulletจุลินทรีย์หอมคาซาม่าใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง?
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่นน้ำเน่าเหม็นดับกลิ่นน้ำเน่าเสีย
bulletจำหน่ายอีเอ็มดับกลิ่นอีเอ็มกำจัดกลิ่น
bulletดับกลิ่นเหม็นในฟาร์มหมู/กำจัดกลิ่นเหม็นในฟาร์มหมู
bulletการใช้จุลินทรีย์หอม-kasama ดับกลิ่นห้องน้ำ
dot
ธนาคาร
dot
bulletกรุงเทพ
bulletกสิกรไทย
bulletกรุงไทย
bulletไทยพาณิชย์
dot
เช็คเมล
dot
bulletYahoo
bulletHotmail
bulletGmail


บำบัดน้ำเสียโรงแรมและรีสอร์ททุกๆแห่ง
บำบัดน้ำเสียในร้านอาหารและภัตตาคาร
บำบัดน้ำเสียโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทุกๆแห่ง
บำบัดน้ำเสียอาคารสำนักงาน
บำบัดน้ำเสียคอนโดมิเนี่ยม
การบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียและบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม
จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย, จุลินทรีย์อีเอ็ม, จุลินทรีย์ดับกลิ่น, ซื้อจุลินทรีย์อีเอ็ม, ขายจุลินทรีย์อีเอ็ม, สบู่เหลวนมน้ำผึ้ง, แชมพูสมุนไพรน้ำผึ้ง, ครีมนวดผมสมุนไพรน้ำผึ้ง


จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย article

ขอบคุณท่านที่กด  Share ด้านบนให้กับเว็บไซต์นี้ 

มืออาชีพจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอม ใช้บำบัดน้ำเสียได้ทุกๆระบบบำบัด ให้คำแนะนำและคำปรึกษากับลูกค้าทุกๆท่านฟรีๆ 

 

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ( จุลินทรีย์ที่มีประโยชนชน์ในการย่อยสลายของเสีย ) คือตัวจักรที่สำคัญมากที่สุดในการบำบัดน้ำเสียในระบบบำบัดน้ำเสียทุกๆระบบ เป็นตัวจักรที่สำคัญและมีบทบาทมากที่สุดในกระบวนการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายจากทุกๆแหล่งและทุกๆระบบบำบัดที่ขาดจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)ไม่ได้อย่างเด็ดขาด 

   จุลินทรีย์ คืออะไร ?

จุลินทรีย์ ( Micro-organism  ) คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นสัตว์เซลล์เดียว มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน และมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆไปในธรรมชาติตาม ดิน น้ำ อากาศ จุลินทรีย์บนโลกใบนี้มีทั้งกลุ่มที่มีประโยชน์ มีโทษ และเป็นกลางตามภาพจำลองด้านบน

1.  จุลินทรีย์กลุ่มที่ให้ประโยชน์หรือกลุ่มที่มีประโยชน์ต่อพืชและสัตว์ จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะมีอยู่ในธรรมชาติประมาณ  10%  มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจน และชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่รักษ์โลก ไม่ให้โลกเต็มไปด้วยมลพิษและมลภาวะ

2.  จุลินทรีย์กลุ่มที่ให้โทษหรือจุลินทรีย์กลุ่มที่ก่อโรคต่างๆ มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจน กลุ่มนี้ในธรรมชาติมีอยู่ประมาณ 10% ปัญหาการเกิดการเน่าเหม็น ของเสียต่างๆ โรคสัตว์และโรคพืชก็มาจากจุลินทรีย์กลุ่มนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มทำลายล้าง

3.  จุลินทรีย์ที่เป็นกลาง จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะแสดงตัวเป็นกลางๆ เข้าร่วมกับกลุ่มใดก็ได้ในทั้ง 2 กลุ่มด้านบน มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและชนิดไม่ใช้ออกซิเจน มีอยู่ในธรรมชาติ เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีมากที่สุดของจุลินทรีย์ทั้งหมดในโลกนี้คือประมาณ  80% เข้าร่วมงานได้กับทุกๆกลุ่ม ( ใน 2 กลุ่มด้านบน )

ความหมายของน้ำเสีย

น้ำเสีย หมายถึง น้ำที่มีสิ่งสกปรกต่างๆเจือปนและปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสียนั้นๆ อาจจะเป็นสารอินทรีย์หรือสารอนินทรีย์แร่ธาตุต่างๆ 

ความหมายของ บำบัดน้ำเสีย

บำบัดน้ำเสีย หมายถึง การกำจัด การคัดแยก การทำลายของเสียต่างๆที่เจือปนและปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสียนั้นๆ จะด้วยกรรมวิธีใดๆก็ตาม ก็ถือว่าเป็นการบำบัดน้ำเสีย เช่น การตกตะกอนของเสียต่างๆในน้ำเสีย การกรองของเสียต่างๆออกจากน้ำเสีย การใช้สารเคมีบำบัด หรือการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียให้มีขนาดเล็กลงเป็นต้น เหล่านี้ถือว่าเป็นกระบวนการบำบัดทั้งสิ้น

ความหมายของ จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย คือ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หรือจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ และ มีคุณสมติในการย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียได้ดี จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียมีทั้งชนิดที่ใช้ออกซิเจน( Aerobic  Bacteria ) และชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสีย( Aerobic  Bacteria ) จุลินทรีย์กลุ่มอื่นๆที่ไม่มีคุณสมบัติในการย่อยสลายของเสียก็ไม่ถือว่าเป็น จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย  

จุลินทรีย์เกี่ยวข้องกับการบำบัดน้ำเสียอย่างไร ?

ในการบำบัดน้ำเสีย(ย่อยสลายของเสียต่างๆ)ทั้งหมดทั้งมวลบนโลกใบนี้ ในขั้นตอนสุดท้ายของการบำบัด(การย่อยสลายของเสีย) ล้วนต้องพึ่งพาและอาศัยจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียเหล่านี้ทั้งสิ้น ยังไม่มีสิ่งใดมาทดแทนการย่อยสลายของเสียต่างๆแทนจุลินทรีย์ย่อยสลายได้ในปัจจุบันและคงตลอดไป ในการบำบัดน้ำเสียในทุกๆระบบต้องใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายเท่านั้น จุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดน้ำเสียมีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่มคือ กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)ชนิดที่ใช้ออกซิเจน และกลุ่มจุลินทรีย์ย่ยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)ชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจน ( กลุ่มที่ 1 บน ) จุลินทรีย์กลุ่มที่มีประโยชน์นี้ยังให้ประโยชน์ในหลายๆ ด้านด้วยกัน แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงการนำจุลินทรีย์กลุ่มเหล่านี้มาใช้งานในการบำบัดน้ำเสียการย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสีย ซึ่งต้องพึ่งพาและอาศัยจุลินทรีย์กลุ่มนี้เหล่าเป็นหลัก ของเสียต่างๆรวมถึงน้ำเสียไม่ล้นโลกในทุกวันนี้ก็มาจากผลงานของกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียเหล่านี้เอง   ในการบำบัดน้ำเสียต่อไปนี้จึงจะขอกล่าวถึงจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียทั้งสองกลุ่มนี้ เพราะในการบำบัดน้ำเสียทุกๆระบบบำบัดต้องใช้งานจุลินทรีย์กลุ่มเหล่านี้เป็นหลัก ซึ่งยังไม่มีสิ่งใดมาทดแทนการย่อยสลายของเสียต่างๆจากจุลินทรีย์ได้ในปัจจุบัน ในการย่อยสลายของเสียต่างๆของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายจะมีข้อจำกัด โดยเฉพาะกับของเสียต่างๆที่มีขนาดใหญ่ก็จะใช้เวลาในการย่อยสลายนานมากขึ้น อาจจะเป็นปีหรือหลายๆปีก็มี ดังนั้น ในการบำบัดน้ำเสียในทุกๆระบบบำบัดจึงต้องมีการตกตะกอน และการกรองของเสียที่มีขนาดใหญ่ออกจากระบบก่อน(การบำบัดน้ำเสียขั้นแรก) คัดเอาเฉพาะของเสียที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเข้าไปในระบบบำบัด เพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลายแปรสภาพของเสียต่างๆให้สลายไปตามสมการด้านล่างได้รวดเร็วขึ้น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการย่อยสลายของจุลินทรีย์

     

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ( Waste Water Treatment Bacteria )

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย(ย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสีย)คือกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และมีคุณสมบัติในการย่อยสลายของเสียต่างๆได้ดี จุลินทรีย์กลุ่มอื่นๆที่ไม่มีคุณสมบัติในการย่อยสลายของเสียก็ไม่จัดอยู่ในกลุ่มจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย มีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกันในโลกนี้ มีทั้งชนิดที่ใช้ออกซิเจนและชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสีย

ในการบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดีนั้น ขั้นตอนสุดท้ายของการบำบัดหรือการแปรสภาพจากน้ำเสียให้เป็นน้ำดีนั้น ต้องใช้จุลินทรีย์กลุ่มที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียเพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ใช้ออกซิเจนหรือกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย) ซึ่งยังไม่มีสิ่งใดมาทดแทนจุลินทรีย์ย่อยสลายนี้ได้เลยจนถึงทุกวันนี้ บรรดาของเสียและน้ำเสียทั้งหลายทั้งมวลบนโลกใบนี้จึงต้องพึ่งพาและอาศัยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายทั้งนั้น เป็นกระบวนการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายที่จะแปรเปลี่ยนรูปของสสารที่อยู่ในน้ำเสียทั้งหมดให้กลายไปเป็น  น้ำ ( H2O ) + พลังงาน ( Energy) + ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) ตามสมการด้านล่าง

 

  กลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย

กลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียจะเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์หรือกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียเท่านั้น  ให้ประโยชน์ต่อพืชและสัตว์รวมถึงดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ ช่วยลดมลพิษและมลภาวะในสิ่งแวดล้อม ซึ่งจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย) มีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่ม ดังต่อไปนี้คือ .-

1.  กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลัก ( Aerobic  Bacteria ) จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะมีชีวิตอยู่ได้โดยต้องอาศัยออกซิเจนและอาหารเป็นหลัก ขาดอากาศออกซิเจนไม่ได้ มีหลากหลายสายพันธุ์ที่มีอยู่กระจัดกระจายตามธรรมชาติ น้ำ ดิน และอากาศ จุลินทรีย์กลุ่มที่ใช้ออกซิเจนกลุ่มนี้จะเป็นที่นิยมนำมาใช้ในการบำบัดน้ำเสียในทุกๆระบบบำบัดมากที่สุด  สามารถดึงมาใช้งานย่อยสลายของเสียได้ง่ายจากธรรมชาติ ถ้าออกแบบระบบบำบัดและสิ่งแวดล้อมได้ดี แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่ทนกับสภาวะแวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อมที่วิกฤตไม่ได้ เช่น ในน้ำเสียมีค่าออกซิเจนละลายอยู่น้อย( ค่า DO ต่ำ ) หรือในน้ำเสียนั้นๆไม่มีออกซิเจนเลย จุลินทรีย์กลุ่มนี้ตายยกบ่อได้ตลอดเวลา หรือกรณีที่ในน้ำเสียนั้นๆมีค่า pH ต่ำหรือสูงมากๆ จุลินทรีย์กลุ่มนี้ก็อยู่ไม่ได้(ตายยกบ่อ) นี่คือจุดอ่อนบางส่วนของจุลินทรีย์กลุ่มนี้

2. กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจน ( Anaerobic  Bacteria ) ทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียโดยไม่ใช้อากาศออกซิเจน อยู่ได้ทั้งในที่อับอากาศหรือมีอากาศออกซิเจนน้อยหรือไม่มีอากาศออกซิเจนเลย จึงเหมาะกับการใช้งานจุลินทรีย์กลุ่มนี้นำไปบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียต่างๆที่กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเข้าไปไม่ถึงของเสียในบางจุด โดยเฉพาะในน้ำเสียที่อยู่ก้นบ่อบำบัด ซึ่งสามารถนำมาทดแทนกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนได้เป็นอย่างดี ในจุดที่อับอากาศหรืออกซิเจนเข้าไปไม่ถึงแต่มีของเสียและน้ำเสียที่รอการบำบัดอยู่ จะไม่ค่อยมีกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเข้าไปย่อยสลายของเสียต่างๆเหล่านี้ ดังนั้นจึงมีการนำกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจนเข้าไปทดแทนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียต่างๆ(บำบัดน้ำเสีย) เพื่อให้ของเสียต่างๆในน้ำเสียถูกย่อยสลายได้ตามปกติ จะเห็นได้ว่าจุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนนี้จะช่วยเป็นกำลังเสริมในการย่อยสลายของเสียในจุดที่กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเข้าไปไม่ถึงหรือจุดที่อับอากาศออกซิเจนมีน้อยหรือไม่มีเลย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสีย(ย่อยสลายของเสีย)ร่วมกับกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน กรณีที่ปริมาณกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนมีปริมาณน้อยในระบบบำบัดน้ำเสีย กรณีที่กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนตายยกบ่อบำบัด สามารถนำจุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนนี้ไปทดแทนได้ทันที ซึ่งเป็นกำลังเสริมและกำลังเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียได้ในยามที่ระบบบำบัดน้ำเสียมีปัญหาหรือการบำบัดน้ำเสียมีปัญหาค่ามาตรฐานน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์กำหนด จุลินทรีย์กลุ่มนี้สามารถช่วยเร่งปฏิกิริยาการย่อยสลายของเสียได้ทันที

      

   จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียได้อย่างไร ?

ในการบำบัดน้ำเสีย(ย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสีย)ถือว่าเป็นหน้าที่โดยตรงหรือเป็นธรรมชาติของกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และมีคุณสมบัติในการย่อยสลายของเสียต่างๆ ในน้ำเสีย ซึ่งมีสิ่งเจือปนและปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ สสารทั้งหลายทั้งมวลเหล่านี้จะถูกย่อยสลายโดยกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนหรือกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจน การบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียของจุลินทรีย์ย่อยสลายถือว่าเป็นกระบวนการหรือขั้นตอนสุดท้ายของการแปรเปลี่ยนรูปของสสารให้หายไป และกลายไปเป็นน้ำและก๊าซต่างๆรวมถึงพลังงานตามสมการด้านล่างและด้านบน  ในการบำบัดน้ำเสียของระบบบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่จะพึ่งพาและนิยมใช้งานกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลัก ดังนั้นจึงต้องมีการเติมอากาศออกซิเจนลงในน้ำเสียที่จะทำการบำบัด เพื่อดึงกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนในธรรมชาติมาใช้งาน การเจริญเติบโตและขยายเซลล์ให้มากขึ้น เพื่อทำการย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียนั้นๆ จึงเป็นที่มาของระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ AS ( Activated  Sludge : AS ) เพื่อใช้บำบัดน้ำเสียที่มาจากแต่ละแหล่งดังกล่าว จุดเด่นๆของกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนคือสามารถดึงจากธรรมชาติดิน น้ำและอากาศเข้าระบบบำบัดได้ง่าย แต่ต้องออกแบบระบบบำบัดและสิ่งแวดล้อมต่างๆในระบบบำบัดและบ่อบำบัดให้เหมาะสมกับการดำรงชีพและการเจริญเติบโตขยายตัว ( ขยายเซลล์ ) ของจุลินทรีย์กลุ่มที่ใช้ออกซิเจนกลุ่มนี้ กรณีที่มีปัญหาในจุดใดจุดหนึ่งในระบบบำบัดน้ำเสียหรือในบ่อบำบัดน้ำเสีย อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนลดลงหรืออาจตายยกบ่อบำบัดได้ทุกเมื่อ ยกตัวอย่างเช่น ค่า pH ในบ่อบำบัดต่ำหรือสูงมากๆ จุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนตายยกบ่อได้ตลอดเวลา หรือ ค่า DO เป็น ศูนย์ จุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ใช้ออกซิเจนก็สามารถตายยกบ่อได้เช่นกัน และมีปัจจัยอีกหลายๆอย่างที่มีผลกระทบต่อการดำรงชีพของกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน สามารถดึงมาใช้งานได้ง่ายจริง แต่ดูแลรักษาค่อนข้างยากและมีจุดอ่อนหลายจุด 

                        

ปฏิกิริยาการย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน ขั้นตอนสุดท้ายจะได้ผลลัพธ์ตามสมการด้านบน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาแบบสมบูรณ์ขั้นสุดท้าย แต่ในความเป็นจริงแล้วการบำบัดน้ำเสียไม่ได้สมบูรณ์แบบ 100% ซะทีเดียว จะยังคงเหลือของเสียที่เป็นกากตะกอนละเอียดหรือตะกอนส่วนเกินบางส่วน( Excess  Sludge ) ตะกอนส่วนเกินจะเหลือมากหรือเหลือน้อยขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการย่อยสลายของจุลินทรีย์เป็นหลัก ถ้าการย่อยสลายทำได้มากที่สุด อาจจะเหลือตะกอนส่วนเกินเพียงเล็กน้อยก็เป็นไปได้ และที่สุดของที่สุดของวัฏฏจักรกระบวนการย่อยสลายของเสียต่างๆทุกๆชนิดขั้นสุดท้ายหรือท้ายที่สุดก็จะเหลือเพียง น้ำ พลังงานและก๊าซต่างๆ สสารทุกๆชนิดในโลกนี้จะถูกแปรเปลี่ยนรูปไปตามสมการด้านบน(ผลลัพธ์) ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างทั้งพืชและสัตว์ทุกๆชนิด ท้ายที่สุดผลลัพธ์จะออกมาตามสมการด้านบนนี้

                 

ภาพบนเป็นโมเดลระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ ( AS ) ที่พบเห็นทั่วๆไป ซึ่งระบบบำบัดน้ำเสียในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นแบบเติมอากาศตามภาพบนนี้ พบได้ตามอาคารสำนักงานหลายๆแห่ง อาคารชุดคอนโดมิเนี่ยมทั่วๆไป ส่วนใหญ่จะใช้โมเดลนี้เป็นหลัก

โมเดลระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ AS ประกอบด้วย

1. มีบ่อรับน้ำเสีย น้ำเสียทั้งหมดจะนำมารวมกันที่บ่อนี้ ( ยกเว้นน้ำเสียจากส้วมหรือชักโครกต้องทำการแยกส่วนไปบำบัดในเบื้องต้นก่อนเข้าระบบรับน้ำเสียรวม ) การย่อยสลายโดยกลุ่มจุลินทรีย์ในจุดนี้ทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและชนิดไม่ใช้ออกซิเจนจะเกิดขึ้นน้อยมาก ( เมื่อเปรียบเทียบกับบ่อเติมอากาศ ) บ่อนี้จะเน้นการบำบัดเบื้องต้นหรือการบำบัดขั้นต้น(การตกตะกอนหนักเบาทั้งหลายรวมถึงการใช้ฟิลเตอร์กรองหยาบหลายชั้น) ซึ่งจะช่วยลดค่า SS , TDS และ BOD ได้ในระดับหนึ่ง

2. บ่อเติมอากาศ น้ำเสียจากบ่อที่ 1 จะผ่านไปยังบ่อเติมอากาศ ( บ่อที่ 2 ภาพบน  ) เพื่อทำการบำบัด(ย่อยสลายของเสียต่างๆ)ที่เป็นสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่เจือปนอยู่ในน้ำเสียโดยกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน ปฏิกิริยาการย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)จะเกิดขึ้นในจุดนี้หรือบ่อเติมอากาศนี้มากที่สุดในระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งในบ่อสุดท้ายจะผ่านเกณฑ์กำหนดหรือไม่อยู่ที่ปฏิกิริยาการย่อยสลายของเสียในบ่อนี้เป็นหลัก ถ้าปฏิกิริยาการย่อยสลายเกิดขึ้นได้มากและมีประสิทธิภาพ ย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียได้มาก ของเสียต่างๆเหลือน้อยในบ่อสุดท้าย ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งในบ่อสุดท้ายก็มีโอกาสผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งได้ง่ายขึ้น หัวใจสำคัญในการบำบัดน้ำเสีย ต้องให้ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ซึ่งขึ้นอยู่ที่ประสิทธิภาพและปริมาณของจุลินทรีย์ย่อยสลายเป้นหลัก จุลินทรีย์ย่อยสลายต้องมีปริมาณมากเพียงพอต่อการย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียจึงจะไม่เกิดปัญหาค่ามาตรฐานน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์กำหนด

3. บ่อตกตะกอนหรือบ่อพักน้ำทิ้ง เป็นบ่อที่รองรับน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจากบ่อเติมอากาศ ( บ่อที่ 2 ตามภาพบน ) นำมาพักไว้ที่บ่อตกตะกอน เพื่อทำการตกตะกอนส่วนเกิน( Excess  Sludge)ให้เป็นน้ำใสก่อนที่จะทำการปล่อยทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมต่อไป บ่อนี้จะมีตะกอนส่วนเกิน ( Excess  Sludge ) ส่วนใหญ่จะเป็นตะกอนละเอียดน้ำหนักเบาตกตะกอนอยู่ก้นบ่อบำบัด ตะกอนส่วนนี้จะถูกนำไปกำจัดทิ้งฝังกลบหรือไปทำปุ๋ย เพราะมี N และ P เหลือในตะกอนละเอียด หรือในบางแห่งอาจนำตะกอนส่วนเกินนี้เวียนกลับไปบำบัดและย่อยสลายซ้ำในบ่อที่ 2 หรือบ่อเติมอากาศก็สามารถทำได้ การนำตะกอนส่วนเกินไปบำบัดซ้ำหรือการนำตะกอนส่วนเกินไปย่อยสลายซ้ำก็เพื่อให้ของเสียเหลือน้อยที่สุด ( เข้าใกล้ Zero Waste ) ซึ่งจะส่งผลดีต่อค่ามาตรฐาน้ำทิ้งผ่านเกณฑ์ได้ง่ายขึ้น ตะกอนส่วนเกินมีประโยชน์ในกรณีที่ค่า SV 30 ในระบบมีค่าต่ำเกินกำหนด

  หัวใจสำคัญในการบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพต้องดูแลและบำรุงรักษาจุลินทรีย์ย่อยสลายให้อยู่ดีกินดี โดยการดูแลและบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพดีอย่างสม่ำเสมอ ปรับสภาพสิ่งแวดล้อมของระบบบำบัดให้จุลินทรีย์ดำรงชีพและเจริญเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ในน้ำเสียต้องมีปริมาณของออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำเสียนั้นๆมากเพียงพอที่จุลินทรีย์จะนำไปใช้ในการดำรงชีพและการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสีย ( ค่า DO ต้องไม่น้อยกว่า 2 mg/l ขึ้นไป) การที่จะทำให้ปริมาณจุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นได้จำนวนมากนั้น สิ่งแวดล้อมในบ่อบำบัด ระบบบำบัดต้องเหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพและการเจริญเติบโตขยายเซลล์ การเติมอากาศต้องกระจายให้ทั่วถึงทั้งบ่อบำบัด ไม่ใช่ออกซิเจนกระจายถึงเพียงบางจุดหรือจุดใดจุดหนึ่งของบ่อบำบัดเท่านั้น บ่อบำบัดไม่ควรลึกเกิน 3 เมตร เพราะจะทำให้การกระจายออกซิเจนได้ไม่ทั่วถึง ส่งผลกระทบต่อจุลินทรีย์โดยตรง น้ำที่เน่าเสียจะมีค่าออกซิเจนละลายอยู่ในน้ำน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย น้ำจึงเกิดการเน่าเสียขึ้น จุลินทรีย์กลุ่มที่ใช้ออกซิเจนดำรงชีพอยู่ไม่ได้ จึงไม่มีจุลินทรีย์เข้าไปย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียนั้นๆ จึงทำให้เกิดการเน่าเสียขึ้นนั่นเอง การดูแลและบำรุงรักษาระบบบำบัดให้ดีมีประสิทธิภาพก็คือ การดูแลและรักษาจุลินทรีย์ย่อยสลายในระบบบำบัดหรือในบ่อบำบัดให้เจริญเติบโตดีอย่างต่อเนื่องนั่นเอง เพราะถ้าจุลินทรีย์มีปริมาณน้อยลงหรือลดลงเมื่อใด เมื่อนั้นระบบบำบัดจะเริ่มมีปัญหาทันที ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งแต่ละค่าไม่ผ่านเกณฑ์กำหนดจะเกิดขึ้นทันที เพราะจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียมีปริมาณน้อย ย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียไม่ทัน ของเสียต่างๆในน้ำเสียมีปริมาณมากเกินกำลังการย่อยสลายของจุลินทรีย์

  สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมในบ่อบำบัดของจุลินทรีย์ย่อยสลายคืออะไร ?

กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักจะดำรงชีพและเจริญเติบโตได้ดี ถ้ามีสิ่งแวดล้อมต่างๆในบ่อบำบัดเหมาะสมกับการดำรงชีพและการเจริญเติบโต  อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า จุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลักขาดออกซิเจนไม่ได้  ถ้าในบ่อบำบัดน้ำเสียนั้นมีออกซิเจนน้อยหรือแทบจะไม่มีค่าออกซิเจนละลายอยู่ในน้ำเสียนั้นๆเลย ( ค่า DO ต่ำมาก ) จะส่งผลต่อจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนทันที อาจตายยกบ่อได้ตลอดเวลา ดังนั้น จึงต้องมีการเช็คค่า DO อยู่เป็นประจำ หรือ กรณีที่น้ำเสียในบ่อบำบัดนั้นๆมีค่า pH ต่ำมากๆ หรือ สูงมากๆ ก็จะส่งผลให้จุลินทรีย์ตายยกบ่อได้ทุกเมื่อ นี่คือ ความสำคัญและบทบาทของจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนในระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศที่ต้องบริหารจัดการระบบให้เป็น ผู้ดูแลระบบบำบัดต้องมีความรู้และความเข้าใจในระบบพอสมควรจึงจะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพได้ ปัญหาทางด้านเทคนิคในระบบบำบัดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดี ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์กำนด ระบบล้มเหลวบ่อยๆหรือเป็นประจำ ระบบมีปัญหาในหลายๆเรื่องก็มาจากจุดนี้ ในการแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความรู้และความเชี่ยวชาญในระบบจึงจะสามารถแก้ไขได้ การบริหารจัดการระบบต้องแม่นยำในทุกๆด้าน การบำรุงรักษาต้องมีประสิทธิภาพ ระบบจึงจะออกมาดีมีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสีย

 การบำบัดน้ำเสียโดยกลุ่มจุลินทรีย์ที่ไม่ใช้ออกซิเจน ( Anaerobic  Bacteria )

ในการบำบัดน้ำเสียโดยทั่วๆไปจะเกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ย่อยสลาย 2 กลุ่มอย่างที่กล่าวมาแล้วเป็นหลัก คือ กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน ซึ่งได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น และกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้  จุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนนี้สามารถทำปฏิกิริยาการย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียได้ทั้งในสภาวะไร้อากาศและในสภาวะที่มีอากาศออกซิเจนในน้ำเสียนั้นๆ โดยไม่มีการดึงออกซิเจนในน้ำเสียมาใช้ในการทำปฏิกิริยาย่อยสลาย ซึ่งเป็นผลดีต่อกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจนที่จะได้มีออกซิเจนเพียงพอในการดำรงชีพในน้ำเสีย จุลินทรีย์ย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจนนี้จะทำหน้าที่ย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียเหมือนกันกับกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน จุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียที่ไม่ใช้ออกซิเจนกลุ่มนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ในโลกนี้ อยู่แบบกระจัดกระจายทั่วๆไปในธรรมชาติดิน น้ำ และอากาศ ส่วนใหญ่จะมีปริมาณน้อย นอกจากจะมีการนำจุลินทรีย์กลุ่มนี้มารวมกันไว้ในที่เดียวกัน ( สังเคราะห์ขึ้น ) เพื่อเลี้ยงเชื้อให้มันขยายตัวให้มากขึ้น ( ขยายเซลล์ ) ได้ตามที่เราต้องการมากหรือน้อย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียและนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ

   จุลินทรีย์หอมคาซาม่า ( จุลินทรีย์หอม kasama )

เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)ชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสีย เกิดจากการสังเคราะห์รวมกลุ่มกันของกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายหลายๆสายพันธุ์นำมารวมกันไว้ในที่เดียวกัน ดังนั้น ไม่ว่าในน้ำเสียนั้นๆจะมีหรือไม่มีออกซิเจนเลยก็ตาม จุลินทรีย์หอมคาซาม่าก็สามารถทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียได้ตามปกติ ไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อระบบบำบัดและสิ่งแวดล้อมทั่วไป เป็นตัวเพิ่มและเสริมประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสียร่วมกับกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน ช่วยลดภาระหนักในการย่อยสลายของเสียให้กับกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจน เป็นการเพิ่มกำลังการย่อยสลายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ของเสียต่างๆในน้ำเสียถูกย่อยสลายได้มากขึ้นและเร็วขึ้นกว่าปกติทั่วๆไป ช่วยเติมเต็มระบบบำบัดน้ำเสียในทุกๆระบบ โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียแบบเต็มอากาศ AS  เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียได้มากขึ้นและเร็วขึ้น เป็นผลดีต่อระบบบำบัดโดยตรง จุลินทรีย์หอมคาซาม่าสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่วิกฤตได้ เช่น ค่า DO ในน้ำเสียต่ำมากๆ ซึ่งกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้(ตาย) หรือกรณีที่ในน้ำเสียมีค่า pH ต่ำมากหรือสูงมาก กลุ่มจุลินรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนก็ไม่สามารถดำรงชีพยู่ได้เช่นกัน(ตาย) แต่กลุ่มจุลินทรีย์หอมคาซาม่าสามารถทนแรงต้านของสภาวะสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ได้ ทำงานย่อยสลายได้ตามปกติ นี่คือความแตกต่างของจุลินทรีย์ย่อยสลายทั้งสองกลุ่มนี้ ( กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนกับกลุ่มจุลินทรีย์หอมคาซาม่าที่ไม่ใช้ออกซิเจน)

      

ภาพบนเป้นกระบวนการบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์หอมคาซาม่า จะได้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้นมาอีกตัวก็คือ ก๊าซมีเทน ( CH4 ) ผลพลอยได้จากการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาจะได้ก๊าซมีเทนตามภาพจำลองด้านบน ก๊าซมีเทนถ้ามีเป็นจำนวนมากสามารถนำไปประยุกต์เป็นพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 

ภาพบนเป็นโมเดลปฏิกิริยาการบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์ย่อยสลาย 2 กลุ่ม คือ จุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ใช้ออกซิเจน และ กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจน ( จุลินทรีย์หอมคาซาม่า ) ซึ่งจะส่งผลให้ระบบบำบัดน้ำเสียมีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียได้มากขึ้นและเร็วขึ้น

  บทสรุปในการบำบัดน้ำเสีย    

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า การบำบัดน้ำเสียจากทุกๆแหล่งและทุกๆระบบบำบัดน้ำเสียจะเกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)ทั้งสิ้น  และจุลินทรีย์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียจะต้องเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และจะต้องมีคุณสมบัติในการย่อยสลายของเสียเท่านั้น ซึ่งจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียต่างๆยังแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามลักษณะการดำรงชีพ คือ

1. กลุ่มจุลินทรีย์ย่อสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)ชนิดที่ใช้ออกซิเจนเป็นหลัก

2. กลุ่มจุลินทรีย์ย่อสลายของเสีย(บำบัดน้ำเสีย)ชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจน 

ดังนั้น ในกระบวนการบำบัดน้ำเสียจะเกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ย่อยสลายทั้งสองกลุ่มนี้เป็นหลัก แต่ในการบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่จะนิยมใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ใช้ออกซิเจนมากที่สุด จึงมีการออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ เพื่อรองรับการดึงกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนมาใช้งานนั่นเอง แต่เมื่อใดก็ตามที่มีปัญหาระบบบำบัดมีปริมาณจุลินทรีย์ไม่เพียงพอหรือมีจุลินทรีย์ย่อยสลายน้อยในบ่อบำบัดหรือระบบบำบัด จึงทำให้น้ำเน่าเสียปะทุขึ้นมา เมื่อใดก็ตามที่ระบบมีปัญหา ไม่ตอบสนองต่อการดำรงชีพและการเจริญเติบโตของกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน ระบบก็จะล้มเหลวได้ง่ายๆ การแก้ปัญหาจึงนิยมนำกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายชนิดไม่ใช้ออกซิเจนมาทดแทน โดยเฉพาะกรณีที่ค่าออกซิเจนละลายอยู่ในน้ำเสียมีค่าต่ำ ( ค่า DO ต่ำ ) กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายที่ใช้ออกซิเจนจะอยู่ไม่ได้ตายยกบ่อได้ทันที แต่กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายชนิดไม่ใช้ออกซิเจนสามารถอยู่ได้ ทำการย่อยสลายของเสียได้ตามปกติไม่มีผลกระทบใดๆเป็นต้น

เราคือผู้ผลิตและจำหน่ายจุลินทรีย์หอมคาซาม่า ( จุลินทรีย์หอม kasama ) จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอม ใช้บำบัดน้ำเสียได้ทุกๆระบบ ตอบโจทย์การบำบัดน้ำเสียที่ระบบบำบัดมีปัญหาจุลินทรีย์ย่อยสลายกลุ่มที่ใช้ออกซิเจนไม่เพียงพอ ใช้จุลินทรีย์หอมคาซาม่าทดแทนได้ทันที เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียเข้าไปในระบบได้มากตามความต้องการทันที เพิ่มประสิทธิภาพและเสริมประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นจุลินทรีย์บำบัดกลิ่น(กำจัดกลิ่นหรือดับกลิ่น) ใช้จุลินรีย์หอมคาซาม่าบำบัดน้ำเสียได้ประโยชน์อย่างน้อย 2 ประการคือ การบำบัดน้ำเสีย การย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสีย และการบำบัดกลิ่น(กำจัดกลิ่นหรือดับกลิ่น)น้ำเน่าเหม็นน้ำเน่าเสีย ดับกลิ่นน้ำเสียที่ส่งกลิ่นเหม็นในบ่อบำบัด ใช้แล้วกลิ่นหอมทันที ต้องจุลินทรีย์หอมคาซาม่าเท่านั้น โปรดระวังของลอกเลียนแบบ รู้ลึกและรู้จริงในเรื่องการบำบัดน้ำเสีย ระบบบำบัดน้ำเสีย การบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์ต้องที่นี่.. เราให้คำแนะนำและคำปรึกษาฟรีๆกับลูกค้าทุกๆท่านที่สั่งซื้อจุลินทรีย์หอมคาซาม่าไปจากที่นี่...รวมทั้งให้คำแนะนำและคำปรึกษาทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียที่มีปัญหาเกิดขึ้นปรึกษาได้ฟรีๆ

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอม

 - ให้คำแนะนำและคำปรึกษาในเรื่องการบำบัดน้ำเสีย ระบบบำบัดน้ำเสีย กับลูกค้าของเราทุกๆท่านฟรีๆ

 - ให้คำแนะนำและคำปรึกษาทางด้านเทคนิคการบำบัดน้ำเสียและปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียฟรีๆ

 - ให้คำแนะนำและคำปรึกษาอย่างต่อเนื่องกับลูกค้าทุกๆท่านที่ใช้จุลินทรีย์หอมคาซาม่าอย่างต่อเนื่อง 

 ที่นี่..เราไม่ได้จำหน่ายเพียงจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นกำจัดกลิ่นเพียงแค่นั้น แต่เรายังมุ่งช่วยเหลือลูกค้าของเราทุกๆท่าน ที่มีปัญหาในการบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียมีปัญหา โดยการให้คำแนะนำและคำปรึกษาฟรีๆ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆสำหรับการบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียที่มีปัญหาในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องค่ามาตรฐานน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์และปัญหาอื่นๆในระบบบำบัดน้ำเสียทั้งหมดของลูกค้า การบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่ ยังมีปัญหาค่ามาตรฐานน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์มีเป็นจำนวนมาก ในการแก้ปัญหาต้องใช้ความรู้และความชำนาญเป็นพิเศษ   

จำหน่ายจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย , ขายจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย , จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอม ต้องจุลินทรีย์หอมคาซาม่า ได้ประโยชน์ทั้งการบำบัดน้ำเสีย (ย่อยสลายของเสียต่างๆในน้ำเสีย) และการบำบัดกลิ่น(กำจัดกลิ่นหรือการดับกลิ่น)ในเวลาเดียวกันทันที กลิ่นหอมทันทีที่ใช้งาน โปรดระวังของลอกเลียนแบบและแอบอ้างของเรา ซึ่งเราไม่ได้อนุญาตให้ใครลอกเลียนแบบทั้งเนื้อหาและสาระบนเว็บไซต์ ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์มีโทษทั้งทางอาญาและทางแพ่งทั้งจำและปรับ

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า  จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีกลิ่นหอม บำบัดน้ำเสียได้ทุกๆระบบบำบัด

ขนาดบรรจุแกลลอน  20  ลิตร

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ราคา

ราคาจำหน่ายแกลลอนละ  1,200 บาท

 จัดส่งฟรีๆทั่วประเทศ ให้คำแนะนำและคำปรึกษาฟรีในเรื่องของการบำบัดน้ำเสียและปัญหาทางเทคนิคในระบบบำบัดน้ำเสีย ปัญหาค่ามาตรฐานน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์กำหนด 

        

จุลินทรีย์หอมคาซาม่า เป็นจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย จุลินทรีย์หอมบำบัดน้ำเสีย บำบัดน้ำเสียได้ทุกๆระบบเน้นความเข้มข้นและความหนาแน่นของปริมาณจุลินทรีย์สูง แข็งแกร่งทนกับสภาวะวิกฤตได้ดี ช่วยเพิ่มและเสริมประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสีย ในระบบบำบัดน้ำเสียที่มีปัญหาค่ามาตรฐานน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์ ระบบล่มบ่อยๆ ฯลฯ