![]() |
| การสร้างธุรกิจออนไลน์/การสร้างงานออนไลน์ด้วยตัวเอง เงื่อนไขการทำงานของ..แก่นมรรค.. แก่นมรรค(สติ สมาธิ ปัญญา)และการพัฒนาแก่นมรรค
|
| ขั้นตอน | การประยุกต์ใช้แก่นมรรค |
| เข้าใจ (View) | มองธุรกิจเป็น "การทำธรรมให้ปรากฏ" คือการทำกิจตามหน้าที่เพื่อประโยชน์ผู้อื่น |
| เข้าถึง (Action) | ลงมือทำด้วยจิตที่เป็นกลาง เห็นปัญหาเป็นเพียงสภาวะธรรมที่ต้องแก้ |
| พัฒนา (Growth) | ปรับปรุงระบบงานโดยลด "ตัวตน" ลง แต่เพิ่ม "วิชชา" (ความรู้ความเชี่ยวชาญ) ให้มากขึ้น |
คู่มือการสร้างธุรกิจและงานออนไลน์ด้วยตัวเอง (The Solopreneur Blueprint)
การเริ่มต้นในโลกออนไลน์ไม่ได้เริ่มที่ "เงินทุน" แต่เริ่มที่ "ทักษะและโมเดลธุรกิจ" ครับ
1. ค้นหา "จุดตัด" ของคุณ (The Sweet Spot)
ก่อนเริ่ม ให้ลองถามตัวเองด้วย 3 คำถาม:
-
Skill: คุณมีความเชี่ยวชาญอะไร? (เช่น เขียนโปรแกรม, กราฟิก, วางแผนการตลาด, หรือการสรุปความรู้)
-
Passion/Interest: คุณอยู่กับเรื่องไหนได้นานโดยไม่เบื่อ? (ความต่อเนื่องคือหัวใจของออนไลน์)
-
Market Need: ตลาดต้องการอะไร? (คนยอมจ่ายเงินเพื่อแก้ปัญหา หรือเพื่อความบันเทิง)
2. เลือกโมเดลธุรกิจที่เหมาะสม
เราสามารถแบ่งงานออนไลน์ออกเป็น 3 สายหลัก:
-
สาย Service (ขายทักษะ): รับจ้างอิสระ (Freelance) เช่น งานแปล, ออกแบบ, ที่ปรึกษา ข้อดีคือเริ่มได้ทันทีโดยไม่มีต้นทุน
-
สาย Content & Audience (ขายอิทธิพล): สร้างตัวตนบน Social Media (Affiliate, รีวิวสินค้า, TikTok Shop) หรือการเขียน Blog เพื่อรับค่าโฆษณา
-
สาย Product (ขายสินค้า/ความรู้):
-
Physical Goods: ขายของออนไลน์ (Dropshipping หรือผลิตเอง)
-
Digital Products: คอร์สออนไลน์, E-book, หรือ Template ต่างๆ (ทำครั้งเดียว ขายได้ตลอดไป)
-
3. การวางระบบ "หน้าร้านดิจิทัล" (Digital Presence)
ยุคนี้ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เสมอไปในช่วงแรก แต่ต้องมี "ฐานทัพ" ที่ชัดเจน:
-
Social Media: เลือกช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ (เช่น TikTok สำหรับวัยรุ่น/วัยทำงานต้นๆ, Facebook สำหรับกลุ่มแมส, LinkedIn สำหรับสายอาชีพ)
-
Content Strategy: อย่าเอาแต่ "ขาย" ให้เน้น "การให้คุณค่า" (Value First) เช่น สอนวิธีการแก้ปัญหา ให้ความรู้ที่เกี่ยวข้อง แล้วค่อยนำเสนอทางเลือกเป็นสินค้าหรือบริการของเรา
4. เครื่องมือทุ่นแรง (The Digital Toolkit)
การทำคนเดียวให้เหมือนทำหลายคน ต้องใช้เครื่องมือช่วยครับ:
-
AI Assistants: ใช้ช่วยร่างเนื้อหา, หาไอเดีย, หรือสรุปข้อมูล (เช่น การวางโครงสร้างบทความ)
-
Design: ใช้ Canva สำหรับงานกราฟิกและวิดีโอแบบง่าย
-
Automation: ใช้เครื่องมือตั้งเวลาโพสต์ หรือระบบตอบแชทอัตโนมัติ
5. กลยุทธ์การเติบโตแบบยั่งยืน
-
สร้าง Trust: ในโลกออนไลน์ "ความเชื่อใจ" คือสกุลเงินที่สำคัญที่สุด ความสม่ำเสมอและการตอบคำถามอย่างจริงใจจะสร้างฐานแฟนคลับ
-
Data Driven: หมั่นดูสถิติ (Analytics) ว่าคนชอบเนื้อหาแบบไหน แล้วค่อยๆ ปรับทิศทางตามข้อมูลจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
-
Continuous Learning: โลกออนไลน์เปลี่ยนเร็วมาก การเรียนรู้สิ่งใหม่วันละนิดจะช่วยให้คุณนำหน้าคนอื่นเสมอ
ข้อคิดสำคัญ: การสร้างงานออนไลน์ไม่ใช่การ "รวยข้ามคืน" แต่คือการ "สะสมเหตุปัจจัย" เมื่อเราสร้างคุณค่าให้คนอื่นมากพอ ผลลัพธ์ทางธุรกิจจะตามมาเองตามความเป็นจริงครับ
คุณสนใจที่จะเจาะลึกลงไปในโมเดลไหนเป็นพิเศษไหมครับ? (เช่น อยากเริ่มจากขายทักษะ หรืออยากสร้าง Digital Product) ผมยินดีช่วยขยายความในส่วนนั้นให้ครับ
พลิกโลกทัศน์ด้วย "แก่นมรรค": เมื่อสติ สมาธิ ปัญญา นำทางคุณสู่ถนนที่ปูลาดด้วยทองคำ
หลายคนมองหาความสำเร็จในที่ไกลตัว แต่ความจริงแล้ว "โอกาส" หรือ "ทองคำ" อาจอยู่ตรงหน้าเพียงแต่เรามองไม่เห็น การใช้แก่นมรรค (สติ สมาธิ ปัญญา) คือการปรับ "เครื่องรับสัญญาณ" ภายในใจ เพื่อให้เรามองเห็นความเป็นไปได้ในทุกย่างก้าวของชีวิต
1. สติ (Mindfulness): การเปิดตาให้เห็น "ทองคำ" ตรงหน้า
บนถนนที่ทุกคนมองเห็นแต่ฝุ่นและทางขรุขระ "สติ" คือเครื่องมือที่ช่วยให้เราหยุดวิ่งตามความโลภที่ฟุ้งซ่าน แล้วกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ
-
หยุดการปรุงแต่งที่บดบังโอกาส: ความเครียดหรือความกลัวเปรียบเหมือนหมอกควันที่บังตา สติจะช่วยละ "นันทิ" (ความเพลิน) ในความกังวล ทำให้เรามองเห็นสิ่งที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน
-
เห็นโอกาสในสิ่งธรรมดา: เมื่อมีสติ เราจะเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดที่คนอื่นมองข้าม เช่น ปัญหาของผู้คน (ซึ่งนั่นคือโอกาสทางธุรกิจ) หรือทรัพยากรที่เรามีอยู่แล้วแต่ไม่เคยนำมาใช้
2. สมาธิ (Concentration): การโฟกัสเพื่อ "ขุดทอง" ให้ลึกถึงราก
ถนนที่ปูด้วยทองคำจะไม่เกิดประโยชน์เลยหากเราวิ่งผ่านไปมาโดยไม่ลงมือทำอะไร "สมาธิ" คือพลังแห่งความจดจ่อที่เปลี่ยน "ความรู้" ให้เป็น "ผลลัพธ์"
-
ความตั้งมั่นในเป้าหมาย: สมาธิช่วยให้จิตไม่แวบไปแวบมากับสิ่งเร้าข้างทาง (Distractions) เมื่อเราตั้งจิตไว้ที่งานตรงหน้าอย่างแน่วแน่ งานนั้นจะเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ
-
สร้างพลังแห่งการสร้างสรรค์: เมื่อใจนิ่งพอ จิตจะเข้าสู่ภาวะ Flow State ซึ่งเป็นภาวะที่ไอเดียดีๆ จะผุดขึ้นมาเอง ทำให้เรามองเห็นวิธีแปรเปลี่ยน "อุปสรรค" ให้กลายเป็น "สินทรัพย์"
3. ปัญญา (Wisdom): การตีแผ่สมมติสู่ "ความมั่งคั่งที่แท้จริง"
นี่คือขั้นสูงสุดของการเห็นถนนที่ปูด้วยทองคำ คือการใช้ปัญญาเข้าไป "ตีแผ่สมมติ" และเห็นความจริงของโลก
-
มองทะลุสมมติของความขาดแคลน: โลกมักบอกเราว่า "ทรัพยากรมีจำกัด" แต่ปัญญาจะบอกเราว่า "ความคิดสร้างสรรค์และคุณค่าไม่มีขีดจำกัด" เมื่อเราเปลี่ยนจากจิตที่ขาดแคลน เป็นจิตที่เห็น "อนัตตา" (ความไม่มีตัวตนที่ตายตัวของปัญหา) เราจะเห็นว่าทุกอย่างสามารถแปรสภาพเป็นโอกาสได้เสมอ
-
การเห็นแจ้งในเหตุและปัจจัย: ปัญญาทำให้เรารู้ว่าทองคำบนถนนไม่ได้มาจากการอ้อนวอน แต่มาจากการสร้าง "เหตุ" ที่ถูกต้อง (การให้คุณค่าแก่ผู้อื่น) เมื่อเหตุถึงพร้อม ผล (ความมั่งคั่ง) จะปรากฏขึ้นเองตามธรรมชาติ
บทสรุป: วิธีเดินบนถนนสายทองคำในทุกๆ วัน
-
ตื่นรู้ด้วยสติ: ทุกเช้าให้ถามตัวเองว่า "วันนี้มีโอกาส (ทองคำ) อะไรบ้างที่รอให้เราไปค้นพบ?"
-
จดจ่อด้วยสมาธิ: เมื่อเลือกหยิบทองคำ (งาน/โอกาส) ชิ้นไหนมาทำแล้ว ให้ทำด้วยความตั้งมั่น ไม่วอกแวก
-
วางใจด้วยปัญญา: ทำหน้าที่ตามเหตุปัจจัยให้ดีที่สุด โดยไม่สำคัญมั่นหมายในตนเองจนเกิดความเครียด รู้ว่าเราเป็นเพียง "ธรรม" หนึ่งที่กำลังทำกิจอย่างเต็มกำลัง
"ทองคำไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่มันอยู่ใต้ฝ่าเท้าของคุณในทุกย่างก้าวที่เดินด้วยมรรค"
จงค้นหาตัวตน(ของตัวเอง)ให้เจอ
จงอย่าดูถูกตัวเองว่า เกิดมาจน ไม่มีความรู้ เป็นแค่ตาสีตาสา พ่อแม่ไม่รวย ฯลฯ ทั้งหมดไม่เกี่ยวกัน คุณเข้าใจตัวเองผิดไป คุณมีดีอยู่ในตัวและเป็นมากกว่าที่คุณคิด คุณมีดีมากกว่าที่คุณคิดเสียอีก คนเราทุกๆคนเกิดมามีเพียง หนึ่งสมองกับสองมือ เท่านั้น ไม่มีอะไรเลยที่ติดไม้ติดมือมาตั้งแต่กำเนิดจากครรภ์มารดา ทุกๆอย่างล้วนเกิดขึ้นจากการสร้าง ปรุงแต่งขึ้นมาในภายหลังทั้งสิ้น ทั้งเงินทอง การงาน การเรียน จะแตกต่างกันตรงที่พื้นฐานและที่มาของแต่ละบุคคล แต่ไม่ว่าจะมาจากจุดใดก็แล้วแต่ ล้วนต้องต่อสู้และดิ้นรนด้วยตัวเองทั้งนั้น เศรษฐีกับยาจก ก็มีหนึ่งสมองกับสองมือเหมือนกัน ธรรมชาติให้มาเหมือนกัน เศรษฐีก็ไม่ได้เป็นเศรษฐีมาตั้งแต่แรกคลอด เช่นเดียวกันกับยาจก จะแตกต่างกันตรงที่ความคิดและการกระทำเท่านั้น ต้องใส่ความคิดบวกๆลงไปในจิตใจของเรา ทุกคนคงพอจะรู้จักแฮมและฮอตดอกเป็นอย่างดี ผู้ที่คิดเรื่องการทำแฮมและฮอตดอกคนแรกของโลกคือ ผู้พิการติดเตียงไปไหนไม่ได้ แต่เขาไม่ได้สมองพิการ สมองจึงยังสามารถคิดงานได้ตามปกติ เขาทำการใหญ่คิดงานทำแฮมและฮอตดอกขึ้นมา แล้วสั่งให้ญาติพี่น้องทำตามสิ่งที่เขาคิด ซึ่งผลสุดท้ายก็ออกมาเป็นสินค้า แฮมและฮอตดอก ที่เรากินกันอยู่ตราบจนถึงทุกวันนี่เอง เป็นผลมาจากความคิดทั้งสิ้น นำไปสู่การกระทำให้เกิดขึ้นเป็น รูปธรรม สัมผัสได้ อันนำมาซึ่ง เงินทอง และความร่ำรวย ล้วนเริ่มต้นมาจาก...ความคิด...ทั้งนั้น
Think Big( คิดใหญ่ ) อ่านจากหนังสือของ...นโปเลียนฮิลล์ เป็นผู้แต่ง
จง....คิด แล้ว รวย ( Think And Growrich )
คิด แล้ว รวย คือ การคิดแบบสร้างสรรค์ คิดแบบสร้างเนื้อสร้างตัว เป็นความคิดที่เป็นไปได้ภายใต้โลกใบนี้ เศรษฐีที่สร้างตัวมาจากยาจกและกรรมกรมีมากมายทั่วโลก คุณก็สามารถทำในสิ่งเหล่านี้ได้ จงอย่าดูถูกความสามารถของตัวเอง ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ทุกๆอย่างเป็นไปได้ทั้งหมด อยู่ที่ การคิด และ ลงมือทำ อย่างจริงจังเท่านั้น
ทุกๆสิ่งและทุกๆอย่างในโลกนี้ล้วนเกิดขึ้นมาจาก เริ่มต้นจากการคิดทั้งสิ้น คิดแล้วลงมือทำให้ออกมาเป็นรูปธรรมจับต้องได้ เช่นเดียวกับ งาน เกิดขึ้นมาจากการคิดทั้งนั้น ถ้ามี หนึ่งสมอง(สมองไม่พิการ) ก็สามารถคิดงานได้ทันที ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบเครื่องบินขนาดใหญ่ ล้วนเกิดขึ้นจาก ความคิด เป็นอันดับแรก ก่อนลงมือสร้างขึ้นมาให้เป็นรูปร่าง(รูปธรรม)นั่นคือ ความจริง ดังนั้น ทุกๆคนที่มี หนึ่งสมอง กับ สองมือ สามารถคิดงานขึ้นมาได้ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกจ้างใครทั้งสิ้น เป็นลูกจ้างตัวเอง สร้างงานให้กับตัวเอง ทำเงินทุกบาททุกสตางค์ด้วยหนึ่งสมองกับสองมือของเราเอง ทุกๆคนสามารถทำได้(ถ้าจะทำจริงๆ)ความรู้น้อย ไม่มีความรู้ คำนี้ขอให้ทิ้งลงน้ำได้เลย ยุคสมัยที่ไอทีเจริญรุ่งเรือง ความรู้อยู่ที่ปลายนิ้ว ไม่เข้าใจเรื่องใด เข้าไปถามกูเกิ้ลได้เลย รู้ได้ทุกๆเรื่อง แม้กระทั่งอาชีพการสร้างงาน หลายๆชีวิตที่สร้างงานขึ้นมาจากการศึกษายูทูปและข้อมูลในอินเตอร์เนตมีให้ทุกอย่างตลอดเวลา จิตท่านต้องเข้มแข็ง จิตอย่าตกเป็นอันขาด(อย่าใจเสีย)เสื่อผืนหมอนใบที่ดั้นด้นมาจากเมืองจีน เขายังสามารถสร้างตัวเป็นเศรษฐีและเป็นเจ้าสัวได้มากมาย เราไม่ต้องถึงขนาดนั้น เอาเพียงมีเงินเก็บพอประมาณ มีเงินเหลือใช้เลี้ยงครอบครัวไม่เดือดร้อน ไม่มีหนี้สินใดๆ อยู่แบบสบายๆไม่เดือดร้อน แต่ถ้าอยากเป็นเศรษฐีกับเขา ก็ใส่ความพยายามให้มากขึ้นจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น เป้าหมายความสำเร็จของคุณไม่ได้หนีคุณไปหนี จงเดินหรือวิ่งไปหามัน วันหนึ่งคุณก็จะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แน่นอน จงเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวเอง คนอื่นเป็นเศรษฐีได้ คุณก็สามารถเป็นเศรษฐีได้เช่นกัน เพียงแต่เศรษฐีระดับใดที่คุณพอใจเท่านั้น ทุกๆอย่างเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นมาจาก...การสร้าง...ด้วย หนึ่งสมองกับสองมือ ทั้งนั้น คุณสามารถทำได้ ถ้าคุณจะทำ
เช่นเดียวกับการ สร้างงาน การสร้างธุรกิจ เป็นของตนเอง(ธุรกิจส่วนตัว)จะเริ่มต้นจาก การคิดหรือความคิด เสมอ คิดงาน( Create )ขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง เพื่อสร้างให้เป็นรูปธรรมสร้างให้เป็นเงินเป็นทองให้จงได้ จะคิดอย่างไร? จากความชอบ จากความรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จากความถนัด จากความเชี่ยวชาญหรือชำนาญ จากแรงบันดาลใจ ฯลฯ หลากหลายลู่ทางที่สามารถคิดงานขึ้นมา ตั้งสติ จิตมีสมาธิ งานใดที่เหมาะสมกับตัวของเรา เราสร้างขึ้นมาแล้วภูมิใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอยู่สบาย ถ้าชอบต้นไม้ ก็เพาะต้นไม้ขาย ถ้าชอบเลี้ยงปลาสวยงาม ก็เพาะปลาสวยงามขาย ฯลฯ งานมีมากมายมหาศาล อยู่ที่การคิดมัน(งาน)ขึ้นมาเท่านั้น จะเห็นได้ว่า ทุกๆงาน ทุกๆธุรกิจ ล้วนทำเงินได้ทั้งนั้น จึงเป็นที่มาของคำว่า ถนนทุกสาย ปูลาดไว้ด้วยเงินทอง ความหมายก็คือ ทุกๆธุรกิจ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ล้วนทำเงินได้ทั้งนั้น จงเลือกธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวของเรา ไม่ต้องทำจนเกินตัว ทำจากเล็กๆไปก่อน ค่อยๆก้าวไปทีละก้าว ถ้าก้าวเร็วเกินไป อาจเจ็บตัวได้ ลงทุนจากน้อยๆแล้วค่อยๆเพิ่มตามความต้องการของลูกค้า ไม่ต้องไปใจเสียเรื่องเศรษกิจของประเทศจะเป็นอย่างไรไม่ต้องไปสนใจมัน เอาเศรษฐกิจของเราเป็นเรื่องเร่งด่วนหลัก พัฒนาตัวเองให้อยู่รอดแบบไม่ต้องพึ่งพาจากรัฐ ทุกๆคนมีดีอยู่ในตัวเสมอ จงดึงเอาความดี ดึงเอาสิ่งดีๆความคิดดีๆในตัวของคุณ มาสร้างประโยชน์ สร้างเงินสร้างทองให้กับตัวเองและครอบครัว คุณเป็นคนเก่งมาตั้งแต่แรกเกิดแล้ว คุณสามารถเอาชนะหลายล้านชีวิตมาได้จากครรภ์มารดา จงเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวเอง แล้วปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นกับคุณเอง จงปลุกยักษ์ที่หลับไหลอยู่ในตัวของคุณ(พลังจิตใต้สำนึก)ให้ลุกขึ้นมาสร้างเงินให้กับคุณ ไม่มีอะไรที่อยู่เหนือไปจาก ความพยายามและความทรหดและอดทนของคุณไปได้ เขาสร้างยานอวกาศไปนอกโลก เขายังสามารถทำได้ เราก็มีหนึ่งสมองกับสองมือเหมือนกับเขา เราสร้างเพียงสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวของเราสามารถทำได้ง่ายกว่า
แพลนนิ่ง( Planning )
จงอย่า แพลน แล้ว นิ่ง(สนิท)เป็นอันขาด ส่วนใหญ่จะเป็นโรคนี้
1 ) สร้างแผนการต่างๆขึ้นบนกระดาษ( Operation Plan )ให้ครบถ้วน คิดให้รอบคอบ รอบด้าน ผลดีผลเสีย กำไรขาดทุน ฯลฯ วิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบและรอบด้าน
2 ) ลงมือทำ หรือ ลงมือปฏิบัติจริง ทันที ( Action Plan )จงอย่าแพลนแล้วนิ่งสนิท วางแผนแล้วต้อง ทำทันที(ททท)
เมื่อทำการ คิดงาน หรือ คิดธุรกิจขึ้นมาแล้ว ทำไงต่อ??? เมื่อมี สินค้า หรือ บริการ เรียบร้อยแล้ว สินค้าหรือบริการไม่จำเป็นต้องมีหลายชิ้นหรือหลายอย่าง เพียงชิ้นเดียวมีเอกลักษณ์เด่นๆก็สามารถทำเงินได้ดี จงหาจุดดีและจุดเด่นของสินค้าหรือบริการที่คุณจะขาย และคุณต้องรู้ลึกและรู้จริงในสินค้าหรือบริการที่คุณจะขายด้วย ค่อยๆเริ่มต้นนับจากเล็กๆแล้วค่อยๆเพิ่มขนาดขึ้นตามวันเวลาและประสบการณ์ของคุณ หาช่องทางการขาย ในที่นี้จะขอแนะนำช่องทางการขายแบบไร้พรมแดนกั้น นั่นก็คือ ช่องทางออนไลน์(E-commerce)ขายได้ทั่วประเทศ ขายได้ทั่วโลก ไม่ต้องมีหน้าร้านให้ยุ่งยาก นั่งอยู่ที่บ้านก็สามารถรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าได้ทันที นี้คือ ความสะดวกสบายของไอที ที่สามารถทำเงินได้ง่ายมากขึ้นในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันเงินหาง่ายมากขึ้นกว่าในอดีตแบบเทียบกันไม่ติด เงินอยู่เพียงแค่ปลายนิ้ว(มือถือ)ของแต่ละคน สมัยก่อนต้องมีเซลแมนหิ้วกระเป๋าขายของ สมัยนี้ไม่ต้องใช้เซลแมนอีกต่อไป ทำได้แค่เอื้อม คุณสามารถสร้างธุรกิจเงินล้านได้ด้วยตัวเอง( คิดเอง และ ทำเอง รวยเอง )ดีไหม???
การขายออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ( E-Commerce )คือการค้าขายที่ใช้เครื่องมือไอทีนั่นเอง ในที่นี้ก็คือ อินเตอร์เน็ต ที่ทุกๆคนใช้นั่นเอง ทุกๆคนมีมือถือมีอินเตอร์เน็ตแทบทั้งนั้น ดังนั้น ทุกๆคนจึงสามารถเป็นลูกค้าของเราได้ทั้งนั้น จงมองให้ดีๆแล้วคุณจะมองเห็นเงิน จงตาถึงและมองเห็น(เงิน) เงินมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เพียงแต่เราจะดึงมาได้อย่างไร นั่นหมายความว่า เราต้องมีสิ่งดีๆขาย(มีสินค้าหรือบริการที่ดีๆเด่นๆ)จงนำสิ่งที่ดีๆของคุณออกมาให้โลกรู้และผู้คนหลั่งไหลมาสนับสนุน(ซื้อ)ของคุณอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องจดจำไว้อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ความซื่อสัตย์สุจริตต่อลูกค้าของคุณทุกๆคน อย่าไปหลอกลวงเพราะเพื่อการได้เงินมา(มันบาปหนัก)อย่าไปโกหกและหลอกลวงลูกค้าเป็นอันขาด เพราะอนาคตจะดับลงในไม่ช้า(ซื่อกินไม่หมด คดกินได้ไม่นาน)จงให้สิ่งดีๆกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด อย่าให้ขาด อย่าให้เสียหาย ให้ลูกค้าปลื้มใจในสิ่งที่คุณ(ขาย)ให้ คุณให้ลูกค้ามากเท่าใด(คุณภาพและปริมาณ) ผลก็จะออกมาเช่นนั้น
การค้าขายออนไลน์ เริ่มต้นขอแนะนำให้ใช้ของฟรีอย่าง เฟสบุ๊ค ไลน์ และอื่นๆ จะได้ไม่ต้องใช้เงินมาก ลงทุนเฉพาะสินค้าหรือบริการก็พอ เริ่มต้นจากจำนวนน้อย ลูกค้าเพิ่มขึ้นจึงค่อยเพิ่มปริมาณของสินค้า หาความรู้และเทคนิคการขายของผ่านเฟสบุ๊คให้มาก ถ้าทำจนชำนาญถึงขั้นเก่ง ขายดีมากจนขึ้นมืออาชีพได้ คุณอาจซื้อเว็บไซต์สำเร็จรูป ทำด้วยตัวเอง ลงข้อมูลด้วยตัวเอง ไม่ต้องเขียนโค๊ดใดๆทั้งสิ้น จบป.4 ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เว็บไซต์สำเร็จรูปมีมากมายหลายสำนัก เลือกเจ้าที่ราคาไม่แพง และที่สำคัญต้อง รองรับการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ได้เป็นอย่างดี เพราะเราจะดึงลูกค้าเข้าเว็บไซต์ด้วย เสิร์ชเอนจิ้น นี่เอง สินค้าหรือบริการจะดีเยี่ยมอย่างไร ก็ขายไม่ได้ ถ้าลูกค้าเข้าไม่ถึงเรา คีย์เวิร์ด( Keyword )ของสินค้าหรือบริการ คือ ตัวแปรที่สำคัญที่สุด ที่จะนำพาลูกค้ามาหาเราในเว็บไซต์ได้ แล้วจะค่อยๆสอนการสร้าง Keyword เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้านค้าคุณ(เข้าเว็บไซต์ร้านค้า)
ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
คุณสามารถเป็นเศรษฐีเงินล้านได้เชื่อหรือไม่??? ศักยภาพของคุณไม่ได้ด้อยไปกว่าเศรษฐีหรือคนที่มีความสามารถเลย จงอย่าดูถูกตัวเอง ใส่ความตั้งใจเกิน 100% ใส่ความพยายามและความทรหดอดทนเกิน 100% นี่คือ เคล็ดไม่ลับ คุณทำการค้าขายออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ จงทำมันให้ถึงที่สุด ทำให้สำเร็จให้ได้ ถ้าไม่สำเร็จจะไม่ยอมลดละความพยายามอย่างเด็ดขาด ทำจนกว่าจะสำเร็จ หลักชัยของคุณไม่ได้หนีคุณไปไหน ไม่มีใครมาแย่งหลักชัยของคุณ มันรอคุณอยู่ตลอดเวลา รอให้คุณเดินไปหา วิ่งไปหามัน จะช้าหรือเร็ว วันหนึ่งคุณก็ถึงหลักชัยของคุณอยู่ดี เดินไปข้างหน้า ดีกว่าเต๊ะท่าอยู่กับที่ อย่าไปรอโชคชะตาหรือวาสนาดีแบบลมๆแล้ง ทุกๆอย่างล้วนเกิดขึ้นจากการกระทำของคุณทั้งสิ้น ต้องลงมือทำ ใช้สมองและสองมือของเราทั้งนั้น จงอย่าเลิกและลดละความพยายามอย่างเด็ดขาด ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น นี้คือ เรื่องจริง พยายามใช้สมองให้มากกว่ากำลัง จิตใจตั้งมั่น แล้วลงมือทำอย่างจริงจัง จงอย่ามองที่ความล้มเหลว จงพุ่งเป้าไปที่ความสำเร็จเท่านั้น ทุกๆความสำเร็จ จะต้องผ่านความล้มเหลวมาก่อน มากหรือน้อยเท่านั้น แทบทุกคนต้องผ่านในจุดนี้ อย่าไปโทษไม่มีความรู้ อย่าไปโทษความยากจน อย่าไปโทษบุญวาสนา ทุกๆอย่างอยู่ที่หนึ่งสมองกับสองมือของคุณเองทั้งนั้น คุณเป็นผู้กำหนดโชคชะตาชีวิตของคุณเอง อย่าไปท้อแท้หรือท้อถอยในเศรษฐกิจไม่ดี จงทำงานของตัวเองและทำให้ดีที่สุด ผมเองไม่มีเทรนเนอร์สอนให้ แต่ชีวิตและประสบการณ์คือครูสอนให้สู้ทุกรูปแบบ ไม่ท้อแท้หรือท้อถอยในวิถีชีวิตใดๆทั้งสิ้น คิดเสียว่า เกิดมาทั้งที ต้องเอาดีให้ได้ อย่าคิดลบเป็นอันขาด ให้คิดทุกๆอย่างเป็นบวกทั้งหมด ถ้าล้มเหลวถือว่าเป็นครู มันจะสอนให้เราหาวิธีการประสบผลสำเร็จเอง(นอกจากคุณจะท้อแท้ก่อน)ล้มเหลว 10 ครั้ง สำเร็จครั้งหนึ่งก็เกินคุ้ม จงเอาความล้มเหลวเป็นแรงบันดาลใจสร้างความสำเร็จ ความล้มเหลวเกิดขึ้นจาก...การวางแผนผิดพลาด และ การกระทำที่ผิดพลาด ถ้าทำถูกต้อง มันไม่มีคำว่า ล้มเหลว อย่างแน่นอน จงเรียนรู้มัน แล้วคุณจะมองเห็นทางสำเร็จเอง
จงลุกขึ้นสู้ จึงจะชนะ และทำการเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ทั้งหมด
ด้วยการเปลี่ยนแปลง ความคิด(ปรับ Mindset )เป็นอันดับแรก และต่อด้วยเปลี่ยนแปลงการกระทำแบบเดิมๆ ปรับความคิดเป็นแบบบวกๆ( Positive Thinking )อย่าคิดลบเป็นอันขาด ลบความเครียด(ขยะ)ทุกๆอย่างออกจากสมอง จงมองตัวเองอย่างคนที่ประสบผลสำเร็จ แล้วคุณจะเป็นคนที่ประสบผลสำเร็จจริงๆ นี่ไม่ใช่การเพ้อเจ้อหรือเพ้อฝันใดๆ แต่คือ เรื่องจริงๆที่สามารถสั่งจิตใต้สำนึกให้ทำงานได้ จงเชื่อมั่นในตัวเองว่า คุณทำได้ คุณสามารถร่ำรวยเหมือนเศรษฐีคนอื่นๆได้อย่างแน่นอน ไม่มีอะไรมาขัดขวางความสำเร็จของคุณได้ นอกจากจิตใจของคุณเอง ถ้าคุณหลุดจากบ่วงที่มัดคุณไม่ให้ประสบผลสำเร็จได้ ถือว่าคุณได้บรรลุถึงความสำเร็จแล้ว( จิตบรรลุความสำเร็จ ) ความสำเร็จใดๆไม่ได้มาแบบง่ายๆเหมือนการปลอกกล้วยเข้าปาก ต้องผ่านจุดทดสอบ คือ ปัญหาและอุปสรรคต่างๆมากมาย อยากจะเห็นคนไทยทั้งประเทศ(คงเป็นไปได้ยาก)หลุดพ้นจากหนี้สิน ความยากจน รายได้ที่ต่ำไม่แน่นอน ความลำบากยากแค้น เพราะผมเองผ่านมาทั้งหมดแล้ว จึงสามารถพูดได้ จงไปถึงและหลุดพ้นจากรายได้ที่ยังไม่เป็นที่พอใจของคุณ คุณสามารถทำได้ ถ้าคุณจะทำ ชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าคุณมีจิตใจสู้และมุ่งมั่น ถ้าสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนสู่เส้นทางเศรษฐี ก็ขอแสดงความยินดีไว้ล่วงหน้า ขอให้ประสบผลสำเร็จทุกๆคน ประเทศไทยจะได้ไม่มีคนจนและหนี้สินล้นพ้น อยากจะเห็นทุกๆคนอยู่ดี กินดี แบบเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนท่านใดที่เก่งมากๆก็สามารถกระโดดไปเป็นเศรษฐีได้เลย ก็ขอยินดีด้วยใจจริง ที่เขียนเนื้อหาออกมาเช่นนี้ อยากจะปลุกใจคนไทยทุกคนให้ลุกขึ้นสู้ แล้วคุณจะชนะมัน ไม่ได้ต้องการโอ้อวดความรู้อะไร เห็นความทุกข์ยากจากวิกฤตปี 40 และอีกวิกฤตหลายๆครั้งมาแล้ว รู้รสชาติของมันดี จึงเขียนให้คนรุ่นหลังๆอย่ายอมแพ้ปัญหาใดๆทั้งสิ้น บิลเกต มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก อีลอนมาสท์ ฯลฯ มีสมองและสองมือเหมือนพวกเรานี่แหละ ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรหรอก นี่คือ ความจริง จิตใจของท่านจงอย่าไปยอมพ่ายแพ้ อย่าลืม คุณคือ ผู้ชนะมาตั้งแต่แรกเกิดแล้ว
คุณเกิดมาเป็นผู้ชนะ ไม่ใช่ผู้พ่ายแพ้
คุณจะเป็นอย่างที่จิตใจคุณคิดและออกแบบไว้ บรรดามหาเศรษฐีทั่วโลกหรือเจ้าสัวทั้งหลาย บางรายเขาก็มาจากคนยากจนมาก่อน เขาก็มีหนึ่งสมองและสองมือเหมือนเราๆนั่นแหละ เพียงแต่ ความคิด( Mindset ) และ การกระทำ( Action )แตกต่างกันเท่านั้น นี้คือจุดแตกต่าง ธรรมชาติไม่ได้กำหนดให้ทุกๆคนเกิดมายากจนหรือทุกข์ยากลำบาก ทุกๆอย่างล้วนมาจาก...ความคิด และ การกระทำ...จากฝีมือของเราทั้งสิ้น(กรรม)เราเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง คุณจะเป็นอะไรก็ได้ ถ้าไม่เกินขอบเขตหรือความจำเป็น คุณจะเป็นเศรษฐีเงินล้านในหนึ่งปี ก็สามารถทำได้และเป็นไปได้ สุดแต่ใจของคุณจะไขว่ขว้าและลงมือกระทำให้เป็นรูปธรรมเท่านั้น สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปใส่ใจใดๆ หน้าที่ของเราคือ คิด วางแผน แล้วลงมือทำทันที เพียงเท่านี้ แล้วความสำเร็จจะมาหาและติดตามคุณมาเอง ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ความสำเร็จต้องใช้เวลา อาจจะเป็นเดือน หลายๆเดือน เป็นปี หรือหลายปีก็เป็นได้ จงอย่ารีบร้อนที่จะประสบผลสำเร็จเร็วๆคุณเดินไม่หยุด วันหนึ่งก็ถึงหลักชัย(ความสำเร็จ)เอง มันไม่ได้หนีคุณไปไหน มันยังคงรอคุณอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครมาแย่งหลักชัย(ความสำเร็จ)ของคุณไปได้หรอก ทุกๆคนมีหลักชัยเฉพาะของตนเอง มีเพียงคุณเท่านั้นว่าจะเดินไปหาหลักชัยของตัวเอง หรือจะใส่เกียร์ถอย(ท้อแท้)ไม่เอาแล้วหลักชัย ขอเป็นผู้พ่ายแพ้ต่อๆไปดีกว่า เกิดมาทั้งที จงเอาดีให้จงได้ จงอย่าท้อแท้ อย่าใส่เกียร์ถอย
จงวางกรอบความคิดใหม่( Mindset )
จะไม่มีอะไรที่จะมาหยุด ความคิด และ การกระทำ ของคุณได้ นอกจากวันที่หมดลมหายใจเท่านั้น คิดใหม่ ทำใหม่ ด้วยการ คิด วิเคราะห์รอบด้าน วางแผนขั้นตอน(ไม่ต้องมากเกินไป) แล้ว ลงมือปฏิบัติ(ทำ)ทันที จงอย่าวางแผนแล้วนิ่งสนิทอย่างที่ผู้คนส่วนใหญ่ทำกัน ประเภทโปรเจคท์ทำโน่นทำนี่เยอะแยะไปหมด แต่ไม่ทำสักเรื่องเลย ประเภทเจ้าโปรเจคท์ เลอะเทอะ เลื่อนลอย แบบนี้จงอย่ามีในหัวใจของคุณ จงวางแผนและทำในแต่ละวันออกมาดีที่สุด คือ งาน ของคุณนั่นเอง ไม่ว่าจะดูแลเรื่อง สินค้า หรือ บริการ ให้ออกมาดีที่สุด การดูแลและเซอร์วิสลูกค้า การแนะนำสิ่งต่างๆให้กับลูกค้า คุณต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ งาน ธุรกิจ ของคุณทั้งหมด มันจะเป็นความภูมิใจ เพราะมันคือ หนึ่งสมองและสองมือของคุณจริงๆ ไม่ได้พึ่งพาลมหายใจของคนอื่น
เกิดมาทั้งที ต้องเอาดีให้จงได้
เกิดมาทั้งที ต้องเป็นเศรษฐีให้ได้
รับรองได้เลยว่า มีแต่ผู้คนชื่นชมคุณ ในความเก่งและความสามารถของคุณ ที่แน่ๆมันดีกว่าในอดีตอย่างแน่นอน จงหยุดคำว่า เงินไม่พอใช้ เงินเดือนน้อย ไม่รู้จะทำอะไรดีชีวิตจึงจะดีขึ้น ความรู้ไม่มี ที่บ้านยากจน ฯ ล ฯ จงหยุดความคิดลบๆเหล่านี้เสีย ปรับปรุงความคิด หรือปรับมายเซทใหม่ทั้งหมด ขอฝากถึง ว่าที่เศรษฐีคนไทยจำนวนมากที่จะเกิดขึ้นอีกหลายๆคน ซึ่งรวมทั้งคุณเองด้วย ฝากเป็นข้อคิด ซึ่งจะนำพาไปสู่การกระทำในที่สุด รับรองคำว่า เศรษฐีเงินล้านแค่เอื้อม จะไม่ไกลเกินเอื้อมของคุณอย่างแน่นอน ไม่ได้เพ้อเจ้อหรือเพ้อฝันใดๆ แต่มันคือ เรื่องจริง ที่สามารถเกิดขึ้นจริงๆได้ตลอดเวลา สามารถพิสูจน์ได้ตลอดเวลา ขอให้เป็นคุณเป็นเศรษฐีดั่งใจคิด
การทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ( E-commerce )หรือทำธุรกิจใดๆก็ตาม ถ้าคุณ ทำให้จริง และ ทำให้ถึง(ที่สุด) รวยได้อย่างแน่นอน อย่าทำเพียงแค่ลุ่มๆดอนๆ(ไม่แน่นอน)ไม่สำเร็จ ไม่ยอมลดละเลิกเป็นอันขาด ใส่ความพยายามให้เต็ม 100% ความทรหดและอดทนเป็นหนึ่ง จงรู้ให้ลึก และ รู้ให้จริง ในสิ่งที่คุณทำ ประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน
จง Do It Now
รอพบกับการทำเสิร์ชเอนจิ้น ( SEO ) ของจริง ที่นี่...
ตัวอย่างคีย์เวิร์ด ==> รวยด้วยอีคอมเมิร์ซ รวยด้วย E-commerce
ในตัวอย่างคีย์เวิร์ด้านบนนี้ จะเป็นคีย์เวิร์ดยาว( Long Keywords ) มีคีย์ที่ซ่อนอยู่หลายคีย์เวิร์ด
เทคนิคการทำเสิร์ชเอนจิ้น/เทคนิคการทำ SEO
((ทำ Search Engine ฉบับเต็มกดดูที่นี่..))
(( ดูข้อมูลเชิงลึกในการทำ SEO ))
ด้วยความปรารถนาดีต่อทุกๆท่าน
ขอให้ทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านบทความนี้
โชคดีเป็นเศรษฐีกันทุกๆคนนะครับ
คนไทยเป็นเศรษฐีมากขึ้นจะส่งผลทำให้ความเป็นอยู่ดีกินดีและ GDP ของประเทศโตขึ้นโดยอัตโนมัติ










